เมื่อเวลา 06.10 น.วันที่ 23 เมษายน 2568 พ.ต.ท.ชวลิต พูพะเนียด รอง ผกก.สอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ อาคารกองศิลปกรรม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.พายัพ โสธรางกูล ผกก.สภ.นครชัยศรี ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ปลัดอำเภอนครชัยศรี และประสาน รถดับเพลิงเทศบาล ต.ขุนแก้ว เทศบาลต.นครชัยศรี เทศบาล ต.ห้วยพลู เทศบาลนครนครปฐมเทศบาลเมืองสามพราน เทศบาลต.อ้อมใหญ่ เทศบาล อบต. มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยใกล้เคียงกว่า 20 คันไประงับเหตุ
ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหลังอาคารจัดแสดงรูปปั้นหุ่นของพิพิธภัณฑ์ จุดเกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้นกว้าง 10 เมตรยาวประมาณ 25 เมตรภายในอาคารพบแสงเพลิงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 จำนวนมากเจ้าหน้าที่จึงฉีดน้ำสกัดเบื้องต้นภายในอาคารพบว่าชั้นล่างเป็นเครื่องมืออุปกรณ์วัสดุประเภทไฟเบอร์พลาสติกทินเนอร์น้ำมันจำนวนมากส่วนชั้น 2 และชั้น 3 เป็นที่เก็บหุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นเสร็จแล้วจำนวนร้อยกว่าหุ่นซึ่งขณะเกิดเหตุคนงานได้ช่วยกันลำเลียงหุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นเสร็จแล้วออกมาได้ประมาณ 10 หุ่นซึ่งเป็นหุ่นพระเกจิ และอุปกรณ์บางอย่างเท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่สามารถลำเลียงออกมาได้เนื่องจากไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แต่ยังต้องฉีดน้ำสกัดเนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นพลาสติกและไฟเบอร์ซึ่งยังลุกไหม้ยังมีความร้อนระอุอยู่ พบเพลิงไหม้เสียหายทั้ง 3 ชั้น
สอบถามผู้ดูแล เผยว่า อาคารที่เกิดเหตุไม่มีคนพักอาศัย มีคนงานทั่วไปพักอยู่ที่บ้านพักด้านหลังพิพิธภัณฑ์ ตอนเกิดเหตุมีคนได้ยินเสียงระเบิด 2 ครั้ง บริเวณจุดแผงควบคุมไฟฟ้าชั้นล่าง และเห็นกลุ่มควันออกมาจากอาคารดังกล่าวจึงแจ้งตำรวจ และรีบขนย้ายหุ่นขี้ผึ้งออกมา แต่ไฟลุกไหม้รวดเร็ว เบื้องต้นค่าเสียหายคาดยังประเมินไม่ได้ แต่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เนื่องจากมีหุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นเสร็จแล้วจำนวนมาก ซึ่งมีมูลค่าทางด้านศิลปะและวัฒนธรรรมซึ่งต้องรอทางด้านกองพิสูจน์หลักฐานภาค 7 และส่วนเกี่ยวข้องมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะทำการสอบปากคำคนงานและผู้เห็นเหตุการณ์ต่อไป







