วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
หน้าแรกการเมืองคฝ. สนธิกำลังเข้าปูพรมค้นหาผู้ก่อเหตุ หลังเจ้าหน้าที่ถูกยิงที่ศีรษะอาการสาหัส แฟลตดินแดง

คฝ. สนธิกำลังเข้าปูพรมค้นหาผู้ก่อเหตุ หลังเจ้าหน้าที่ถูกยิงที่ศีรษะอาการสาหัส แฟลตดินแดง

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

วันที่ 7ต.ค. 2564 : 05.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมรวมกลุ่มกัน ที่บริเวณด้านหน้าแฟลตดินแดง ตั้งแต่ช่วง 20.00 น. ที่ผ่านมา ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จะใช้ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้ากระชับพื้นที่ ที่บริเวณด้านหน้าแฟลตดินแดง และเกิดการปะทะกับผู้ชุมนุม ที่บริเวณซอยหลังแฟลตฯ จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล ตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็มีการระดมกำลังเข้ามาอยู่เรื่อยๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้ามาสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อปูพรมหาผู้ก่อเหตุ เบื้องต้น มีผู้ถูกจับกุมผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวน 28 ราย เป็นเยาวชน 2 ราย ก่อนถูกพาตัวไป สน.พหลโยธิน บางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. เข้าจับกุม ได้ถูกพาตัวไป รักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเช่นกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีการเข้าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่บริเวณแยกดินแดง

โดยระบุว่า ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันแต่ช่วงเย็นที่บริเวณซอยมิตรไมตรี 2 และบริเวณแยกดินแดง จากนั้นได้มีการเผาทำลายทรัพย์สินหลายรายการที่บริเวณใต้ทางด่วนแยกดินแดง รวมถึงมีการขว้างปาระเบิด ประทัดต่างๆ จนกระทั่งเวลา 22.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ได้เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อย และจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 16 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุจำนวนมาก เช่น พลุ ระเบิดปิงปอง ระเบิดแสวงเครื่อง หนังสติ๊ก ลูกแก้ว เป็นต้น และเมื่อเวลาประมาณ 22.43 น. ที่บริเวณใต้แฟลตดินแดง ได้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถูกยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในขณะที่เวลาประมาณ 00.45 น. (7 ต.ค. 64) เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังคงได้รับการรักษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ อยู่ในห้องฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังอยู่บริเวณพื้นที่ดินแดง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และขอให้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีความจำเป็น อย่าออกมานอกเคหสถาน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเพื่อความปลอดภัย หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป 

แหล่งที่มา : สวพ.FM91


Share this:  

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์