วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
หน้าแรกทั่วไปสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ณ วัดสิริวัฒนาราม จังหวัดนครปฐม
วันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 15.05 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ณ วัดสิริวัฒนาราม ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอพุทธมณฑล และประชาชน เฝ้าถวายสักการะ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ประสูติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2402 เป็นพระราชวงศ์ในราชสกุล ชมพูนุท ดำรงสมณศักดิ์สมเด็จพระสังฆราชไทยเป็นพระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2465 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกอยู่ 16 ปี สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2480 สิริรวมพระชนมายุได้ 79 พรรษา ดำรงสมณเพศได้ 59 พรรษา
พระองค์มีพระปรีชาสามารถทางพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง นับว่าเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญพระองค์หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงนิพนธ์ตำรา และหนังสือสำคัญทางพระพุทธศาสนาไว้มากมาย เช่น คัมภีร์อภิธานัปปทีปิกา หรือพจนานุกรมภาษาบาลีแปลเป็นไทย มหานิบาตชาดก นิทานต้นบัญญัติ สามเณรสิกขา เป็นต้น พระนิพนธ์เหล่านี้ ยังใช้เป็นคู่มือในการศึกษาภาษาบาลี และศึกษาพระพุทธศาสนาของภิกษุสามเณรมาจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตสืบต่อจากสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ก่อน และทรงเป็นกรรมการชุดแรกของมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2436 สุดท้ายได้เป็นนายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 ตราบจนสิ้นพระชนม์ นอกจากนี้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ พระองค์ที่ 2 ประทานคาถาภาษาบาลีเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจบรรดาครูและนักเรียนว่า “วิริเยน ทุกขมจฺเจติ” แปลว่า “คนล่วงทุกข์เสียได้ด้วยความเพียร” และได้ประทานตรา “ชส” ซึ่งเป็นพระนามย่อของพระองค์ให้แก่โรงเรียน ซึ่งปัจจุบัน ได้เป็นสัญลักษณ์บนเข็ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนแห่งนี้ 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์