บุกจับหนุ่มปลอมตัวเป็นคอมมานโดติดยศ ร.ต.ต. พร้อมของกลางทั้งชุดอรินทราช 26 แฟนช็อกถูกหลอก เชื่อว่าเป็นตำรวจริง
วันที่ 25 ก.ค. 2567 ตำรวจกอง บังคับการปฏิบัติการพิเศษ นำโดย พ.ต.ท.วิศิษฎ์ ศรียาภัย รอง ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.ปพ. ,ร.ต.ท.รัฐศาสตร์ กลิ่นสุคนธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เข้าไปตรวจสอบ บริเวณหน้าห้องเช่าอาคารแห่งหนึ่ง ถนน นัมเบอร์วัน-ราม2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าจับกุม นายณัฐภาค ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรี
ในความผิดฐาน “ไม่มีสิทธสวมเครื่องแบบ เครื่องหมายยศของเจ้าพนักงาน แต่งเครื่องแบบและเครื่องหมายยศเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ,ปลอมเอกสารราชการใช้เอกสารราชการปลอม”
สืบเนื่องมาจาก ตำรวจ กก.ต่อต้านก่อการร้าย บก.ปพ. และตำรวจ สภ.ปากเกร็ดได้ร่วมกันสืบสวน บุคคคลซึ่งได้แอบอ้างแต่งกายชุดเครื่องแบบตำรวจคอมมานโดและอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ และมีการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่ามีลักษณะชำนาญทางด้านอาวุธปืน และนำภาพที่แต่งเครื่องแบบและพฤติการณ์แสดงว่าตนเป็นตำรวจไปโชว์ในสื่อสังคมต่างๆ และสามารถรวบรวมพยานฐานขอศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับได้
โดย ตำรวจ กก.ต่อต้านก่อการร้าย บก.ปพ. สามารถวางแผนเข้าจับกุมตามยุทธวิธีเพราะน่าเชื่อว่าจากพฤตืการณ์ของ นายณัฐภาคฯ อาจมีอาวุธปืนเพราะตรวจสอบพบเคยสั่งซื้อซองปืนจากร้านค้าออนไลน์ และสามารถจับกุม นายณัฐภาคฯ ได้ที่ห้องพักดังกล่าวข้างต้น ซึ่งพักอาศัยอยู่กับแฟนสาว โดยได้จับกุมตามหมายจับ หลังจากนั้น นายณัฐภาคฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด ไปตรวจยึดของกลางในคดี ภายในห้องพักของตน ดังนี้
1.ชุดฝึกลายพราง ติดเครื่องหมายและตราสัญลักษณ์หน่วยงานตราคอมมานโด 1ชุด
2.เสื้อยืดตราสัญลักษณ์คอมมานโด 1ตัว
3.ป้ายคล้องคอตราสัญลักษณ์คอมมานโด 1 ชิัน
4.ปืนบีบีกันพร้อมซองพกใน 1 ชิ้น
5.เปลือกเสื้อเกราะติกตราสัญลักษณ์กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ 1 ชิ้น
ส่วนแฟนสาวของ นายณัฐภาค อยู่ในอาการตกใจอย่างมาก เนื่องจากตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่ทราบว่าเป็นตำรวจปลอม เพราะ นายณัฐภาค ใช้ชื่อยศและตำแหน่ง ในการติดต่อทำธุกรรมต่างๆ และหลอกจนตนเชื่อว่า นายณัฐภาค เป็นตำรวจคอมมานโด มาตลอด
โดยหลังจับกุมได้นำตัวนายณัฐภาค ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะได้ขยายผลต่อไปว่าได้แสดงตัวและแต่งเครื่องแบบเป็นตำรวจคอมมานโด ไปแอบอ้างก่อเหตุในคดีอื่นๆ หรือหลอกลวงให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอีกหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์หรือไม่.







