วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกทั่วไปเริ่มใช้แล้ว!! ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือ ตัดแต้มใบขับขี่ ดีเดย์ทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566

เริ่มใช้แล้ว!! ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือ ตัดแต้มใบขับขี่ ดีเดย์ทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

เริ่มใช้แล้ว!!

ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือ ตัดแต้มใบขับขี่

ดีเดย์ทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566

โฆษก ตร. เผย เริ่มบังคับใช้วันนี้ ระบบตัดคะแนนใบขับขี่ ความผิดหลักตัดคะแนนทันทีที่ฝ่าฝืน ส่วนความผิดอื่น ๆ จะตัดเมื่อไม่ชำระค่าปรับ ถ้าถูกตัดเหลือ 0 จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง การตัดคะแนนใบขับขี่ ที่มีผลบังคับใช้วันนี้ ว่า “ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 142/1 เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมการขนส่งทางบก, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่แต่ละคน จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน หากทำผิดตามกฎจราจรในข้อหาที่ระบุไว้ จะถูกตัดคะแนนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เช่น กลุ่มความผิดหลักที่เป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุ (20 ฐานความผิด) จะถูกตัดคะแนนเมื่อทำผิดทันที ได้แก่

– ตัด 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย, ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย,ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

– ตัด 2 คะแนน เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง)

– ตัด 3 คะแนน เช่น ขับรถชนแล้วหนี

– ตัด 4 คะแนน เช่น เมาแล้วขับ, ขับรถในขณะเสพยาเสพติด

ส่วนกลุ่มความผิดอื่น ๆ 42 ฐานความผิด ตามบัญชีท้ายระเบียบ ความผิดกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนเฉพาะกรณีไม่ชำระค่าปรับ ตามใบสั่งในเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทางจอดในที่ห้ามจอด, ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ เป็นต้น

วิธีการตัดคะแนนนั้น จะดำเนินการโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลใบสั่ง PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบันทึกการทำผิดกฎจราจรและตัดคะแนนในแต่ละครั้ง”

โฆษก ตร. ย้ำว่า “เมื่อผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถ เป็นเวลา 90 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นผู้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว และหากฝ่าฝืนไปขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การตัดคะแนน มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวินัยการขับขี่ จึงให้สิทธิผู้ที่ถูกตัดคะแนน สามารถขอคืนคะแนนได้ โดยการเข้าอบรมกับกรมการขนส่งทางบก กรณีที่คะแนนเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน สามารถขอเข้ารับการอบรมได้ปีละ 2 ครั้ง ส่วนกรณีที่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน และต้องการคะแนนกลับคืนมาทั้งหมด 12 คะแนน ก็สามารถขอเข้ารับการอบรม ซึ่งคะแนนจะมีอายุความเพียง 1 ปี เมื่อครบ 1 ปีที่กระทำผิด ระบบจะคืนคะแนนให้โดยอัตโนมัติ

ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้ 3 ช่องทาง

1) เว็บไซต์ E-Ticket PTM ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ จ่ายค่าปรับ ตรวจสอบคะแนนความประพฤติและตรวจสอบสถานะใบขับขี่

2) แอปพลิเคชัน ขับดี (KHUB DEE) ซึ่งพัฒนาโดย NT เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ และคะแนนความประพฤติ ดำเนินการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่อันเป็นประโยชน์ต่าง ๆ ที่ทันสมัย

3) แอปพลิชันเป๋าตัง ให้บริการชำระค่าปรับผ่านระบบออนไลน์

ส่วนการชำระค่าปรับ ธนาคารกรุงไทย ได้พัฒนาระบบ เพิ่มช่องทางการรับชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” และ “เป๋าตัง” โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และสามารถชำระค่าปรับใบสั่งผ่านทางเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์ สำหรับประชาชน (e-Ticket) https://ptm.police.go.th/ ด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต เป็นการยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาในการเดินทาง พร้อมบริการตรวจสอบแต้มจราจรผ่านระบบออนไลน์

โฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ความสูญเสียบนท้องถนน ตามนโยบายรัฐบาล ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ เป็นหนึ่งในมาตรการเสริม ในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติม จากการออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการสร้างวินัยการขับขี่ปลอดภัย ให้โอกาสแก้ไขไม่กระทำผิดซ้ำ สร้างความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และเป็นมาตรฐานสากล โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งหมายให้ระบบบันทึกคะแนนดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างวินัยการขับขี่ ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืน ต่อไป

มาตรการสำคัญเสริมสร้างวินัยจราจร เป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

– ผู้ขับขี่ทุกคนต้องมีใบขับขี่ และไม่ว่าจะมีใบขับขี่กี่ประเภท จะมีคะแนนบันทึกไว้คนละ 12 คะแนน

– หากทำผิดกฎจราจรในข้อหาที่กำหนดจะถูกตัดคะแนน 1 – 4 คะแนน หรือหากค้างชำระค่าปรับจราจรในข้อหาที่กำหนด จะถูกหัก 1 คะแนน

– เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบันทึกข้อมูลการกระทำผิดกฎจราจรของผู้ขับขี่ตามใบสั่ง ลงในระบบ PTM และจะตัดคะแนนในข้อหาที่กำหนด ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข

– หากถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 จะถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน

– ฝ่าฝืนขับรถระหว่างถูกพักใช้ใบขับขี่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และ/หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท

– สามารถเข้าอบรมเพื่อคืนคะแนน กับกรมการขนส่งทางบก

– หากไม่ปรับปรุงพฤติกรรม ขับรถจนถูกพักใช้ใบขับขี่ซ้ำ ๆ อาจถูกเพิกถอนใบขับขี่ทุกประเภท

“สร้างวินัยขับขี่ปลอดภัย ให้โอกาสแก้ไขไม่ทำผิดซ้ำ สร้างความเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย ด้วยมาตรฐานสากล”

ด้วยความปรารถนาดีจาก “ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์