พบร่างสุภาพบุรุษตัวจริง หมอแชมป์ #เรือหลวงสุโขทัย จำได้จากรอยสักยันต์ไทยด้านหลัง พ.จ.อ.คุณากร จริยศ (แชมป์) พยาบาลแผนกปฏิบัติการ กองนาวิกเวชกิจ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส.ช่วยราชการ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่แผนกพลาธิการและแพทย์ ร.ล.สุโขทัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายเหตุการณ์ ‘เรือหลวงสุโขทัย’อับปาง จมลงทะเลเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่า พ.จ.อ.คุณากร จริยศ (แชมป์) ถูกช่วยขึ้นมาบนเรือพร้อมเขา และตบไหล่บอกว่า “เรารอดแล้ว” จากนั้นก็ไม่เจอกัน เพราะตอนหมอให้แกะชูชีพออก บอกว่าจะเอาไปช่วยคนอื่นต่อ ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘วู๊ดดี้ กวีวัธน์ บุญเดช’ โพสต์ถึง ‘หมอแชมป์’ หนึ่งในผู้สูญหาย ‘เรือหลวงสุโขทัย’ อับปาง ระบุว่า “เรื่องจริง ที่ไม่ใช่นิยาย ร.ล.สุโขทัย มี พันจ่าแพทย์ประจำเรืออยู่คนหนึ่ง ชื่อว่า พ.จ.อ.คุณากร จริยศ หรือ หมอแชมป์ ที่ประจำเรือเรียกกัน พวกน้องๆ พลฯทหาร มักจะเรียกกันว่าตอนหมอ (พ.จ.อ. = นายตอน มักเรียกสั้นๆว่า ตอน)





ขณะเกิดเหตุ ด้วยความที่นิสัยส่วนตัว มีความรักในอาชีพ และตระหนักในความเป็นหมอ (ไม่ได้จบแพทย์ แต่จบหลักสูตรพยาบาลกองทัพเรือ เมื่อมาประจำในหน่วย คนมักจะเรียกกันว่าหมอ มีหน้าที่ดูแลอาการป่วยเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาล) ในขณะที่ทุกคนเริ่มคิดถึงการเอาตัวรอด ทุกคนถอดรองเท้า เสื้อผ้าหนักๆออก เพื่อเตรียมพร้อมหลังจากเรือเอียงจนใกล้จะอับปางเต็มที แต่น้องหมอแชมป์ กลับแบก กระเป๋าพยาบาลใบใหญ่ติดตัวไปด้วย โดยไม่ได้ห่วงว่ามันจะหนัก หรือมันจะถ่วงจนน้องจมน้ำ หวังเพียงว่าจะใช้มันช่วยเหลือคนอื่นได้ เมื่อต้องสละเรือ น้องแชมป์ พาพลทหารมาด้วย 1 คน และ สรั่งกล (รองหัวหน้าแผนกช่างกล ดูแลเรือเรื่องเครื่องยนต์ในเรือ ซึ่งส่วนใหญ่อายุจะอาวุโสระดับ 50+) ในกลุ่มของน้องแชมป์ 3 คน เป็นกลุ่มแรกๆ ที่สละเรือ ประกอบด้วย น้องแชมป์ , พลฯทหาร 1 คน และสรั่งกล มาด้วยชูชีพ 2 ตัวเท่านั้น จึงใช้วิธีการแชร์เสื้อชูชีพ และจับมือกันเป็นวง และลอยตัว หมอแชมป์ เคยฝึกและได้รับการอบรม ในการช่วยเหลือชีวิต และเอาชีวิตรอดมาหลายหลักสูตร จึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการที่จะนำพา ชีวิตที่เหลือ ให้รอดไปให้จงได้ จนกลุ่มของหมอแชมป์ ลอยมาเจอ ‘พลฯทหารคมกริช’ ที่ลอยน้ำอยู่อีกคนหนึ่ง “มาจับมือตอนนี่” คำบอกเล่าจาก ‘พลฯ ทหาร คมกริช’ พลฯแตร ร.ล.สุโขทัย ที่รอดชีวิตมาจากการช่วยเหลือของน้องแชมป์ เล่าให้ฟัง “ตอนหมอ ตะโกนบอกให้ผมมาจับมือแกไว้ ตอนนั้นแกก็มาพร้อมน้องทหารอีกคนที่ไม่มีชูชีพ และก็สรั่งกล พร้อมกับกระเป๋าแพทย์””แกบอกผมว่า ร่วมกลุ่มกันไว้ มีชูชีพ ไม่จม” “ผมถามแกว่า ตอนหมอ จะไปทางไหนดี แกว่ามาทางนี้ แล้วก็พาพวกเราทั้ง 4 ชีวิต ลอยตามกระแสน้ำและคลื่นที่รุนแรงไป “จนในที่สุด ทั้ง 4 ชีวิต ก็มีความหวังที่จะรอดชีวิต เมื่อเห็น ร.ล.กระบุรี ที่ออกมาค้นหา แล่นเข้ามาใกล้ และเห็นพวกเขาทั้ง 4 แล้ว “เราว่ายมาทางท้ายเรือ ไม่งั้น เรืออาจจะชนเราได้” เสียงตอนหมอ ตะโกนบอกคนในกลุ่ม แล้วว่ายพาทั้งหมด ไปทางท้าย ร.ล.กระบุรี ระหว่างที่เรือแล่นเข้ามาใกล้เพื่อจะช่วยเหลือ “สรั่งกล” ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม เหมือนจะหมดแรง และไปต่อไม่ไหว ด้วยสภาพร่างกาย ที่ต้องสู้กับคลื่นทะเลที่หนักหน่วง คลื่นได้ซัดเอาสรั่งกล หลุดออกไปจากกลุ่ม และ…จมหายไปต่อหน้า… ร.ล.กระบุรี ได้เข้าให้การช่วยเหลือ ทั้ง 3 ขึ้นมาบนเรือ ทั้ง 3 นอนพักเหนื่อยจากความอ่อนเพลีย แต่จิตใจนั้น แตกสลายกว่าร่างกายนัก เพราะต้องเห็นเพื่อน พี่ น้อง จมไปต่อหน้าต่อตา แบบที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อนอนนิ่งๆอยู่สักพัก ‘หมอแชมป์’ ก็ลุกขึ้นมา แล้วบอกกับ ‘พลฯทหาร คมกริช’ ว่า “ถอดเสื้อชูชีพ ให้พี่ พี่จะไปช่วยคนอื่น” เมื่อถอดชูชีพให้หมอใส่แล้ว หมอก็นำกระเป๋าแพทย์ ไปเก็บไว้ที่ห้องเมส ร.ล.กระบุรี ตอนเช้าทุกคนพบเพียงแต่กระเป๋าของหมอแชมป์ แต่ไม่มีใครเห็นตัว ‘หมอแชมป์’ อีกเลย จนเรือเข้าเทียบ เพื่อส่งลูกเรือที่เก็บขึ้นเรือได้ในรอบแรก 75 คน ขึ้นฝั่งที่บางสะพาน ในรายชื่อ ผู้ที่ปลอดภัยแล้ว มีชื่อของ พ.จ.อ.คุณากร จริยศ อยู่ ทำให้ญาติ ที่ตามข่าวอยู่ ดีใจ ว่า หมอแชมป์ ยังปลอดภัย บวกกับในรายชื่อผู้สูญหาย 30 ราย (ในตอนแรก) ไม่มีชื่อหมอแชมป์ในตอนนั้น ทำให้ทุกคนเบาใจ ว่าหมอแชมป์ไม่เป็นอะไร แต่จนบัดนี้ พี่ๆ น้องๆ ที่รอดชีวิตมา คนบน ร.ล.กระบุรี ก็ยังไม่มีใครเห็นหมอแชมป์ เพื่อนๆ ญาติๆ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหมอแชมป์ ไม่มีในรายชื่อผู้สูญหาย แล้วหมอแชมป์หายไปไหน… ล่าสุดวันนี้ ได้พบร่างที่บริเวณเกาะง่ามใหญ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ที่มีผลการพิสูจน์จากทันตกรรมและรอยสักบนร่างกาย ยืนยันชัดเจนเพิ่มอีก 1 นาย คือ พ.จ.อ.คุณากร จริยศ หรือ ‘หมอแชมป์ ‘ครับ #เรือหลวงสุโขทัย #หมอแชมป์

ร่างหมอแชมป์ พร้อมด้วย จ่าเอกไพร ร่วมญาติแบะพลทหารชลัช อ้อยทอง ถึงสัตหีบแล้ว กองทัพเรือจัดพิธีรับร่างอย่างสมเกียรติ ประกอบพิธี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันนี้ 30 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 น. ที่สนามบินอู่ตะเภา พลเรือเอก ก้องเกียรติ สัจวุฒิ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมกำลังพลกองทัพเรือ จากหน่วยต่างๆ ได้เดินทางไปร่วมรับร่างกำลังพลกองทัพเรือจำนสน 3 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ซึ่งได้เคลื่อนร่างโดยเครื่องบินของกองการบินทหารเรือ จาก กองบิน 5 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังสนามบินอู่ตะเภา ประกอบด้วย พันจ่าเอก คุณากร จริยศ จ่าเอก ไพร ร่วมญาติ และ พลทหาร ชลัช อ้อยทอง โดยมีครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตร่วมในพิธี จากนั้นได้มีการเคลื่อนร่างไปยังฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีทหารกองเกียรติยศรับรถขบวนเคลื่อนย้ายร่าง ตลอดเส้นทางผ่านอย่างสมเกียรติ ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 3 นาย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยตั้งบำเพ็ญกุศล ฯ ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ และในเวลา 17.00 น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาพระราชทาน วางหน้าหีบศพกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 3 นาย
“ชีวิตแสนสั้นอยู่กันไม่นานก็ลาจาก ชีวิตเหมือนน้ำค้างสดใสในยามเช้าพอยามสายก็หายไป ชีวิตเหมือนพยับแดด มองไกล ๆ เหมือนมีตัวตนน่าสนใจ แต่พอเข้าไปใกล้กลับเหมือนแต่ความว่างเปล่า“








