วันนี้มีโอกาสทักทายกับพนักงานเก่าที่ได้เป็นป้อหลวงหมู่บ้าน พอทักทายเสร็จแกก็ออกปากชวนเล่นหมากล้อม ก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ดีใจ พอเล่นเสร็จแกก็เล่าถึงการใช้หมากล้อมในชีวิตจนได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน บอกด้วยว่าอยากมาหาหลายครั้งเพื่อคุยเรื่องนี้ และอยากให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้เรียนเพราะเห็นติดเกมมือถือ
ส่วนตัวจึงบอกว่า “เล่นมือถือหรือเล่นหมากล้อมก็ไม่ต่างกันนัก บางคนก็เล่นหมากล้อมเป็นหมากล้อม ไม่ได้สอนกันเพื่อพัฒนาตนเองควบคู่ไปด้วย” ที่พูดลักษณะนี้ก็เพื่อสร้างสมดุลตามเหตุการณ์ เพราะถ้ารู้สึกไปในทางที่ไม่ดีเสียก่อนอาจลืมมองอีกด้านหนึ่ง ซึ่งในทางตรงกันข้ามก็เช่นกัน
“ยิ่งไม่ตัดสินก็ยิ่งเรียนรู้ได้ดี” โดยแกเข้าใจข้อนี้อยู่แล้ว ในช่วงหนึ่งแกได้เล่าว่า ตอนสมัครผู้ใหญ่บ้าน แกไม่สนใจที่จะโจมตีใคร แม้ว่าจะถูกผู้สมัครอีกสองคนพูดโจมตีมาก็ตาม สุดท้ายพอมีเรื่องอะไรลูกบ้านก็จะคอยช่วยเหลือโดยไม่ต้องออกปากเลยด้วยซ้ำ คำพูดของแกราบเรียบไม่มีความยิ่งทะนงตน มีแต่รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ และความภูมิใจ* แม้แกจะอายุเกือบ 50 ปีแล้ว ก็ยังคงเปิดใจรับฟังผู้อื่นเช่นแต่ก่อน ในช่วงที่เรียนหมากล้อมแกก็ไม่ได้เข้าใจเร็วนัก แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเก็บหลักการต่าง ๆ ที่เคยพูดไว้กลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
ความภูมิใจที่แสดงออกมาส่วนใหญ่ยังเป็นต่อผู้อื่น เช่น ลูกบ้านที่มีความรู้คอยช่วยเหลือ ต่อหมากล้อม ต่อโอกาสต่าง ๆ จนข้าพเจ้าก็เริ่มจะคล้อยตามความรู้สึกภูมิใจเหล่านั้นไปด้วย
แกยังบอกต่อเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ว่า ในตอนนั้นสามารถเล่นหมากล้อมกันได้ตลอดถ้าไม่รบกวนเวลางาน โดยกล่าวว่าข้าพเจ้านั้นมองการณ์ไกลอยู่หลายครั้ง คงเหมือนกับการอ่านบทความบางทีผู้อ่านก็ตีความได้มากกว่าหรือมองเห็นในอีกมุมมองหนึ่ง โดยส่วนตัวคิดว่าการสอนหมากล้อมจะส่งผลต่อสังคม ต่อหน้าที่การงาน ต่อตัวพนักงานและครอบครัว
ส่วนการสอนหมากล้อมให้พนักงานจะไม่ใช่การจดจำเทคนิคการเล่น แต่สอนให้เดินโดยคิดถึงสิ่งที่ควรทำ เช่น ควรมีอย่างน้อยสองวัตถุประสงค์, มีทางออกสองทาง, งานด่วนมาก่อนงานใหญ่ ฯลฯ เรียกได้ว่าใช้ความคิดและเจตนาเป็นตัวนำสู่หลักการเดินหมากที่จะเหมาะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียนรู้ได้จากหมากล้อมมากขึ้น ซึ่งในกระบวนการเรียนรู้ ผิด-ถูก แพ้-ชนะ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องก้าวผ่านอยู่แล้ว
สุดท้ายก่อนจากกันไปได้กล่าวว่า ไม่มีอะไรผิดและถูกไปทั้งหมด และยังมีหลายมุมมอง ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งเหมือนที่คุยกันมาก็ได้ ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ แล้วมองหาข้อดีจากสิ่งเหล่านั้น การรู้ว่า “ในผิดมีถูก ในถูกมีผิด” ก็ทำให้วางใจได้ง่าย โดยทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางครั้งก็ต้องย้อนกลับมาคิดใหม่
สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จโดยมีหมากล้อมอยู่เบื้องหลังยังมีอีกมาก อย่างในงานรวมศิษย์เก่าหมากล้อมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เช่น คุณศิริวัฒน์ ซีอีโอของ MFEC ที่ช่วงหนึ่งได้กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ประสบความสำเร็จ โดยเล่นหมากล้อมเก่งหรืออะไรก็ตาม อีโก้จะตามมาเรื่อย ๆ ถ้าเมื่อไหร่ที่อีโก้เทคโอเวอร์ เราก็หยุดการเรียนรู้ เช่น คนที่ประสบความสำเร็จแล้วไม่คิดจะเปลี่ยนเพราะคิดว่าเก่งแล้วก็จะไม่ได้เรียนรู้ ความฉลาดมีอีโก้แฝงอยู่เสมอ จึงควรมองเห็นอีโก้ตัวเอง ลดอีโก้ตัวเอง”
เชื่อว่าหมากล้อมจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมไทยในอนาคต
ซีเอ็ม.โกะ (2022/12/13)
รูปภาพ: “心平气和” (ซินผิงฉีเหอ, จิตนิ่งอารมณ์สงบ) เขียนโดย คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย ภาพถ่าย FotoGo







