คุณคิดว่าโจรมีลักษณะอย่างไรครับ สมัยก่อนพิมพ์นิยมของโจรคงต้องมีใบหน้าดำคล้ำ ไว้หนวดเครารุงรัง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูน่ากลัว แต่งตัวมอซอ พูดจาหยาบคาย เสียงดังโวยวาย พูดข่มคนอื่น พร้อมมีเรื่องเพียงแค่สบตา นั่นคือโจรกระจอกครับ โจรแบบนั้นไม่น่ากลัวเท่าไหร่เพราะพร้อมวิ่งหนีทุกเมื่อหากเจอตำรวจ
คนที่หน้าตาดี การศึกษาสูง แต่งกายสะอาดสะอ้าน พูดจาสุภาพสุขุม บางครั้งแฝงแนวคิดปรัชญาชีวิต แสดงทัศนคติที่ดี ฟังแล้วชวนเคลิบเคลิ้มหลงใหลแทบไม่ต่างจากไลฟ์โค้ชชื่อดัง คนประเภทนี้แหละครับที่น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาคิดหรือวางแผนอะไรอยู่ เปลือกที่ห่อหุ้มตัวเขานั้นปิดบังไว้มิดชิด เราลองมารู้จักจอมโจรนักต้มตุ๋นชื่อดังของโลกกันครับ
“แฟรงก์ อบาเนล” อดีตนักต้มตุ๋นบันลือโลกซึ่งใช้ความฉลาดปราดเปรื่องระดับอัจฉริยะในทางที่ผิด ด้วยการทำเนียนเข้าไปในวงการต่างๆ อาทิ ผู้ช่วยนักบิน หมอ ทนายความ และอาจารย์มหาวิทยาลัย ทั้งที่ไม่เคยผ่านการศึกษาจากสถาบันที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเหล่านั้นเลย อบาเนลก่อคดีใน 26 ประเทศทั่วโลก เป็นหนึ่งในอาชญากรซึ่งเอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด และสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ เขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางนักต้มตุ๋นเมื่ออายุเพียง 16 ปี หลังจากถูกจับกุมและรับโทษ
ปัจจุบันเขาก่อตั้ง Abagnale & Associates บริษัทให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยแก่ธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงเป็นวิทยากรบรรยายในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก เเละถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองผ่านหนังสือ Catch Me If You Can เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ผู้อ่านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “สนุกจนวางไม่ลง” เรื่องนี้มีแปลออกมาหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทยในชื่อ แฟรงก์ อบาเนล ยอดนักตุ๋น
หลักคิดของอบาเนลอย่างหนึ่งคือเขาเชื่อว่าตัวเองสามารถเป็นใครก็ได้ ซึ่งคล้ายกับหลักการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่งคือ หากเราอยากประสบความสำเร็จแบบใคร ให้ศึกษาชีวิตของคนคนนั้นแล้วทำตาม เช่น นักกีฬาชื่อดังฝึกซ้อมอย่างไร เมื่อเราทำตามย่อมมีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
หอไอเฟล หรือ Tour Eiffel สิ่งก่อสร้างซึ่งคนทั่วโลกรู้จักกันดีในฐานะสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส นับถึงวันนี้มีผู้คนแวะไปเยี่ยมชมหอไอเฟลแล้วกว่า 200 ล้านคน แต่เชื่อมั้ยครับว่า เคยมีมิจฉาชีพระดับเซียนเหยียบเมฆติดต่อขายหอไอเฟลสำเร็จมาแล้ว แถมยังขายได้ถึง 2 ครั้งด้วย ฟังแล้วเหลือเชื่อแต่นี่คือเรื่องจริงของวิกเตอร์ ลัสทิก (Victor Lustig) ตำนาน 18 มงกุฎซึ่งโลกต้องจดจำชื่อไปแสนนานเพราะเขาคือผู้ก่อคดีฉ้อโกงสุดอื้อฉาวในคริสต์ศตวรรษที่ 20 วิกเตอร์ได้เขียนบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งเขายึดถือไว้ว่า
1. จงเป็นผู้ฟังที่ดี ที่สำคัญคืออย่าพูดแทรก พูดเร็ว
2. อย่าแสดงอาการเบื่อหน่ายให้คู่สนทนาเห็น
3. รอคอยให้คู่สนทนาออกความเห็นทางการเมือง แล้วรีบแสดงว่าเห็นพ้อง
4. เหมือนข้อ 3 คือรอให้ผู้สนทนาพูดถึงมุมมองเกี่ยวกับศาสนา แล้วแสดงว่าเห็นพ้องเช่นกัน
5. ลองถามเรื่องใต้สะดือ (แต่อย่าเยอะ) นอกเสียจากเห็นว่าคู่สนทนามีท่าทีชอบเรื่องแบบนี้
6. อย่าเอ่ยถึงเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย นอกเสียจากคู่สนทนาดูกังวลจริงๆ
7. อย่าแสดงความสนใจสอดรู้เรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย เดี๋ยวเขาก็เอ่ยขึ้นมาเอง
8. อย่าคุยโวโอ้อวดเรื่องส่วนตัว
9. อย่าเป็นคนไร้ระเบียบ
10. อย่าเมา
หากสังเกตหลักการ 10 ข้อของวิกเตอร์ให้ดีจะพบว่า คนเรานั้นชอบผู้ที่รับฟังความคิดเห็น หากมีอารมณ์ร่วมด้วยยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนสนิทกันนาน เมื่อพูดคุยถูกคอตามข้อ 3-5 ยิ่งลดระยะห่างได้อย่างรวดเร็ว หลักการของวิกเตอร์ถือเป็นมารยาทที่ดีทางสังคมและเป็นหลักจิตวิทยา หลักการขาย และอีกหลายอย่าง
จอมโจรชื่อดังทั้งหลายมีส่วนที่คล้ายกันคือ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็สามารถทำให้ผู้คนเชื่อถือได้อย่างสนิทใจ และคนที่ถูกหลอกมักมีการศึกษาสูง ฐานะดี มีชื่อเสียง บางคนเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ที่มีพนักงาน 100-1,000 คนด้วยซ้ำ แล้วทำไมคนเหล่านั้นถึงโดนหลอก
1. ข้อแรกที่สำคัญยิ่งคือคิดว่าตัวเองเก่ง บางคนเป็นถึงประธานบริษัท เลยคิดว่าไม่มีใครกล้าหลอกลวง (ที่จริงแล้วน่าจะพูดความจริงไม่หมดมากกว่า) เกราะป้องกันตัวด้านนี้จึงพังทลายลงไปโดยตัวเองไม่ทันรู้ตัว คนประเภทนี้เมื่อหลงเชื่อแล้วยากแก่การว่ากล่าวตักเตือน
2. เปลือกภายนอก ยศ ตำแหน่ง ความมีชื่อเสียงหรือฐานะทางสังคม คือค่านิยมซึ่งสังคมทั่วไปให้คุณค่า เช่น เขารวยแล้วคงไม่โกง เขาเป็นดารามีชื่อเสียงต้องดีแน่ๆ เขาเป็นครูอาจารย์ย่อมแนะนำสิ่งที่ดี เขาเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน เราต้องเชื่อเขา เมื่อเจอดังนี้แล้วเกราะป้องกันอีกชั้นก็ถูกทำลายเช่นกัน
3. ความโลภล่อใจให้เราหลงผิดได้ อยากลงทุนน้อยแต่ได้กำไรเยอะและไม่อยากออกแรง อยากได้ของดีราคาถูกเกินจริง จนลืมเหตุผลว่าทำไมถึงราคาถูกมากขนาดนั้น บางครั้งหาเหตุผลมาหลอกตัวเองก็มีเช่นกัน
ยังมีเกราะป้องกันตนเองอื่นๆ อีกตามแต่ละบุคคลจะสร้างขึ้นมา แต่หากเกราะ 3 ชั้นนี้ถูกทำลายก็อย่าได้แปลกใจเลยที่จะกลายเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ
หลักคิดหรือสุภาษิตของหมากล้อมบางข้อบอกว่า
1. อย่าคิดเข้าข้างตนเอง จงคิดทุกด้าน มองทุกมุม เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือถือภาษิตจีนที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”
2. อย่าหลงใหลรูปร่างหรือโครงสร้างปลอมๆ ของหมากว่าได้พื้นที่มาก จนหลงลืมความจริงเรื่องความแข็งแรงและอ่อนแอของกลุ่มหมาก
3. อย่าโลภ
ในกีฬาหมากล้อมนั้นผู้ชนะการแข่งขันอาจถูกมองว่าเป็นคนฉลาด รู้จักคิด วางแผน วางกลยุทธ์ กระทั่งได้รับชัยชนะ แต่คนฉลาดนั้นบางครั้งอาจทำเรื่องที่ดีหรือไม่ดีได้เช่นกัน เหมือนจอมโจรข้างต้นผู้ใช้ความชาญฉลาดในทางที่ผิด ผู้ที่เล่นหมากล้อมจะเกิดปัญญาก็ต่อเมื่อนำปรัชญาที่ซ่อนอยู่มาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงนั้นทำได้ยากมาก แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งแล้วเมื่อไหร่จึงจะได้เริ่ม หากคุณผู้อ่านได้ลองเล่นหมากล้อมมาบ้าง แล้วประสบปัญหาในชีวิต ขอให้ลองนึกถึงตอนเล่นหมากล้อม ลองมองหาปรัชญาหรือหลักการคิดของหมากล้อม เชื่อว่าย่อมพบหลักการหลายอย่างในหมากล้อมที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงก็เป็นได้
มองชีวิตผ่านหมากล้อม







