วันที่ 17 ส.ค.65 เวลาประมาณ 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รอง ผอ.ศพดส.ตร./รองประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฏหมายฯ พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณท่าจอดเรือประมง ศาลเจ้าปุ้นเถ้ากง คลองมหาชัย ถ.เจษฎาวิถี ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบกรณีเรือประมงลักลอบใช้อวนผิดประเภท ตามมาตรการป้องกันการทำประมงผิดกฏหมาย ไร้การควบคุม (IUU Fishing) การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากคณะทำงานแก้ไขปัญหาประมงผิดกฏหมาย ได้ตรวจพบปริมาณ สัตว์น้ำวัยอ่อนที่ติดมาจากการทำประมงของเรือจำนวน 131 ลำ มีปริมาณเกินร้อยละ 50 ของสัตว์น้ำในเรือประมง ซึ่งมากกว่าปกติที่ประมาณร้อยละ 30 ต่อปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้

หลังพบความผิดปกติของปริมาณสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ติดมากับเรือทั้ง 131 ลำ คณะทำงานแก้ไขปัญหาจึงได้ออกปฏิบัติการณ์ “Air Land Sea” โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค.65 คณะทำงานซึ่งมีนักวิชาการประมงของกรมประมง ได้ขึ้นอากาศยานตรวจการณ์ทางอาการบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แล้วพบว่ามีเรือประมงอวนลากคู่กำลังทำการประมงอยู่ จึงได้บันทึกภาพด้วยกล้องความคมชัดสูง และพบว่ามีการดัดแปลงเครื่องมือประมงให้ปิดไปจากเงื่อนไขในในอนุญาต โดยมีการเย็บตูดอวนชั้นนอกให้มีลักษณะเป็นอวนสองชั้น การดัดแปลงนี้ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งเป็นการทำประมงผิดกฏหมายอย่างชัดเจน
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.๑ ร่วมกับ กรมเจ้าประมง ศรชถ. ตำรวจน้ำ พร้อมชุดปฏิบัติการ ออกตรวจสอบเรือประมงอวนลากคู่ที่ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบเรือที่ใช้อวนมีลักษณะผิดไปจากเงื่อนไขในใบอนุญาต โดยพบที่จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 4 ลำ โดยตรวจพบที่บริเวณท่าเทียบเรือศาลเจ้าปุ้นเถ้ากง ถ.เจษฎาวิถี ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และที่ จ.ชลบุรี อีกจำนวน 4 ลำ ที่บริเวณท่าเรือคณาศรีนุวัติ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเรือประมงทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีฐาน ตัดแปลงเครื่องมือประมงให้ผิดไปจากลักษณะของเครื่องมือที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวว่า ในเรื่องของการทำประมงที่มีเรือทั้ง 1 หมื่นกว่าลำ เราพบว่ามีเรือจำนวน 131 ลำ ที่มีการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติการที่จะติดสัตว์น้ำวัยอ่อนมาต้องไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราพบจากระบบของสำนักงานวิจัยและพัฒนาประมงไทย จึงนำมาสู่การบูรณาการเพื่อตรวจสอบและจับกุมเนื่องจากกระทำผิดในการดัดแปลงอวนที่ใช้ทำการประมง ซึ่งการทำประมงในลักษณะนี้ถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องชาวประมงด้วยกัน และหากไม่มีการดำเนินคดีตามกฏหมายการทำประมงในลักษณ ะนี้ก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปสัตว์น้ำหน้าดิน หรือสัตว์น้ำวัยอ่อนก็จะหมดไป
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันในเดือนตุลาคมนี้สหภาพยุโรป ก็จะประเมินการทำประมงของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้รับการปรับสถานะจากธงเหลืองเป็นธงเขียวแล้ว แต่ถ้ายังปล่อยปละละเลยให้มีการทำประมงผิดกฏหมายเกิดขึ้นต่อเนื่อง จะนำไปสู่ในเหลืองในแดงอีกและทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าประมงไปยังสหภาพยุโรปได้ ทั้งนี้ในส่วนของระวางโทษจะมีโทษปรับตั้งแต่ 6 แสน ถึง 6 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ซึ่งเป็นไปตามกฏหมาย
ข่าวโดย คชสีห์เมืองสาคร 01 รายงาน
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวคชสีห์นิวส์ เมืองสาคร








