วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
หน้าแรกสังคม"คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีหลักฐานใหม่ ศาล ปกครองไม่รับคำร้องรื้อคดี โฮปเวลล์ซ้ำ"

“คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีหลักฐานใหม่ ศาล ปกครองไม่รับคำร้องรื้อคดี โฮปเวลล์ซ้ำ”

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีหลักฐานใหม่ ศาล ปกครองไม่รับคำร้องรื้อคดี โฮปเวลล์ซ้ำ โดย : สำนักข่าวอิศรา‘ศาลปกครองกลาง’ มีคำสั่งไม่รับคำขอพิจารณา ‘คดีโฮปเวลล์’ ใหม่ ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่กระทบต่อคำพิพากษาศาลอื่นอันถึงที่สุดแล้ว พร้อมระบุไม่มีพยานหลักฐานใหม่ที่อาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้ว ‘เปลี่ยนแปลงไป’สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา ในคดีหมายเลขดำที่ 107/2552 ,2038/2551 ,1397/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366-368/2557 หรือคดีพิพาทโฮปเวลล์ ซึ่งกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากอ้างว่ามีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการนับอายุความในคดีโฮปเวลล์โดยศาลฯเห็นว่า แม้ว่ามีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 ว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2545 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาฟ้องคดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดในคดีโฮปเวลล์ เพราะเป็นการกระทำทางตุลาการ ดังนั้น คำวินิจฉัยดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันศาลในคดีโฮปเวลล์อีกทั้งเมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญฯแล้ว แม้ว่ามาตรา 211 วรรคสี่ จะบัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐก็ตาม แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่กระทบต่อคำพิพากษาศาลอื่นอันถึงที่สุดแล้ว แม้ว่ากฎหมายที่ศาลอื่นใช้เป็นหลักจะถูกวินิจฉัยในภายหลังว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีผลเฉพาะคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลอื่นเท่านั้นเมื่อศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาหมายเลขดำที่ อ.410-412/2557 คดีหมายเลขแดงที่ อ.221-223/2562 (คดีโฮปเวลล์) จึงถือได้ว่าคดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่กระทบต่อคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้วนอกจากนี้ ศาลฯเห็นว่า คำร้องขอให้พิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ ของกระทรวงคมนาคม และรฟท.นั้น ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาลฯจะรับไว้พิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากศาลปกครองไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด หรือมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้น เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ตามที่ กระทรวงคมนาคม และ รฟท. กล่าวอ้างสำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2564 กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 5/2564 ว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2545 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาฟ้องคดี ไม่มีนิติฐานะเป็นกฎหมายที่จะนำมาบังคับใช้ได้โดยชอบ หรือนำมาอ้างอิงในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองในคดีโฮปเวลล์ได้ก่อนหน้านี้ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีโฮปเวลล์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ กระทรวงคมนาคม และ รฟท. โดยให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงิน 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขณะที่ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 24 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา เงินต้นและดอกเบี้ยที่ กระทรวงคมนาคม และรฟท. ต้องชดใช้ให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มเป็น 26,388 ล้านบาท แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นดอกเบี้ย 14,500 ล้านบาท และดอกเบี้ยยังคงเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 2.4 ล้านบาท

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์