วันจันทร์, พฤศจิกายน 9, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมศาลออกหมายจับ 'ต๊ะ บอยสเกาต์ และ แอนนา' พร้อมพวกรวม ๓ คน

ศาลออกหมายจับ ‘ต๊ะ บอยสเกาต์ และ แอนนา’ พร้อมพวกรวม ๓ คน

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ศาลออกหมายจับ ต๊ะ บอยสเกาต์ และ แอนนา พร้อมพวกรวม ๓ คน เอี่ยวแพลตฟอร์ม “โชคดีลอตเตอรี่” หลอกขายลอตเตอรี่โดยไม่มีสลากจริง

สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการปราบปรามสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในปฏิบัติการเข้าตรวจค้น ๑๔ แพลตฟอร์มทั่วประเทศที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายจำหน่ายสลากเกินราคา จำหน่ายสลากโดยปิดบังบาร์โค้ด สัญลักษณ์ หรือในส่วนสาระสำคัญ

เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา รวมถึงการปิดบังบาร์โค้ดและสาระสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการนำสลากมาขายเวียน ขายซ้ำ หรือขายสลากที่ไม่มีอยู่จริงนั้น

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับคำให้การของผู้เสียหาย พบว่า แพลตฟอร์ม “โชคดีลอตเตอรี่” มีพฤติการณ์ในการนำเอาภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายภายในแพลตฟอร์มของตนเอง โดยที่ไม่มีสลากจริง ซึ่งสลากที่นำไปจำหน่ายดังกล่าวซ้ำกับสลากที่มีการเสนอจำหน่ายอยู่ในอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง โดยที่แพลตฟอร์มนั้นมีสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงให้กับผู้ซื้อ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายการหลอกลวงจำหน่ายสลากกินแบ่งให้กับประชาชนโดยไม่มีอยู่สลากจริง

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔ พ.ค.๖๕ เวลา ๑๔.๓๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ จำนวน ๒ ราย อยู่ระหว่างติดตามตัว ๑ ราย ดังนี้
๑. นายวินรวีร์ ใหญ่เสมอ หรือต๊ะ บอยสเกาท์ อายุ ๔๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๑/๘๕ ซ.สายไหม ๒๑ แขวง/เขตสายไหม กทม. ทำหน้าที่โฆษณาชักชวน โดยสามารถจับกุมได้ที่ บ้านพักของตนเอง แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.
๒. นายวรินทร วัตรสังข์ หรือแอนนา ทีวีพูล อายุ ๓๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๐/๗๖ ซ.รามคำแหง ๑๑๘ แยก ๔๘-๑ แขวง/เขตสะพานสูง กทม. เป็นกรรมการบริหารและทำหน้าที่โฆษณาชักชวน อยู่ระหว่างติดตามตัว ทราบว่าพักอาศัยอยู่ต่างประเทศ
๓. น.ส.มินตรา หรือแนน ขุนสวัสดิ์ อายุ ๒๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๓๔/๑๐๕ ซ.นวมินทร์ ๔๒ แยก ๒๗ แขวง/เขตบึงกุ่ม กทม. เป็นกรรมการบริหาร โดยสามารถจับกุมที่บ้านพักของตนเอง


ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า “หลังจากที่ได้มีการเข้าค้นทั้ง ๑๔ แพลตฟอร์ม ที่มีพฤติกรรม จำหน่ายสลากเกินราคาและปิดบังบาร์โค้ด สัญลักษณ์ และสาระสำคัญของของสลากฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่ามีการนำสลากมาเวียนขายซ้ำ จำหน่ายสลากที่ไม่มีอยู่จริง และขายเกินจำนวน ในหลายแพลตฟอร์ม

จึงได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มที่หลอกขายสลากที่ตนไม่มีอยู่จริง ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวมีความผิดตามมูลฐานฟอกเงินอีกด้วย โดยจะมีการอายัดทรัพย์สิน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสลากดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงยังมีอีกหลายแพลตฟอร์มที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน

ซึ่งอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีทุกราย จะเห็นได้ว่าการปิดบังสาระสำคัญของสลากฯเป็นเจตนาทุจริต ที่จะปกปิดการกระทำผิด หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะจำหน่ายสลากเกินราคา นำสลากมาเวียนขายซ้ำ หลอกขายสลากที่ไม่มีจริง หรือขายเกินจำนวน

ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียให้กับประชาชนในวงกว้าง ขัดต่อศีลธรรมอันดี และ ความสงบเรียบร้อยของสังคม จะได้เดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ต่อไป”

จี้กง…….(ชงข่าว-ลงขวดเล่า)

คชสีห์นิวส์ 10
คชสีห์นิวส์ 10
ผู้อำนวยการฝ่ายการข่าว

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์