จากกรณีเมื่อวันที่ ๑๙ พ.ค.๖๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางน้ำสาคร ภ.จว.ชัยนาท ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาว ไม่ทราบชื่อ จำนวน ๒ ราย บริเวณป่าละเมาะ ริมถนนสายบ้านหนองตาตน ต.อู่ตะเภา อ.หางน้ำสาคร จ.ชัยนาท
ในเบื้องต้นไม่ทราบว่าศพทั้งสองเป็นใคร และสภาพร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย ตามที่สื่อมวลชนและสื่อโซเชียลนำเสนอไปแล้ว นั้น
วันนี้ (๒๓ พ.ค.๖๕ ) เวลา ๑๒.๐๐ น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.๑, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.๑ และ พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.ชัยนาท พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมประชุมเร่งรัดคลี่คลายคดีดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตไว้ว่า อาจเกิดจากการฆาตกรรม และมีการนำศพมาทิ้ง ในลักษณะเจตนาอำพรางศพ หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้สืบทราบว่าศพหญิงสาวทั้งสอง เป็นแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง และมีกลุ่มคนร้ายลักลอบนำพาเข้ามาในราชอาณาจักร จนสามารถออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน ๓ ราย พร้อมรถของกลาง เป็นรถพ่วง หมายเลขทะเบียน ๘๑-๐๙๐๑ ตาก ที่ใช้ในการขนแรงงาน โดยผู้ต้องหาทั้งสามราย ประกอบด้วย
๑. นายจักรี หรือตั้ม พุกมาก อายุ ๓๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔ หมู่ ๗ ต.กุดตาเพชร อ.สำสนธิ จ.ลพบุรี เป็นคนขับรถพ่วง หมายเลขทะเบียน ๘๑-๐๙๐๑ ตาก โดยดำเนินคดีในข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือพ้นจากการจับกุม และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย
๒. นายสุริยา หรือเท่ เทียนสมจิตร อายุ ๓๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๗/๑ หมู่ ๑๕ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นผู้ร่วมขบวนการ
๓. นายจักรวรรดิ หรือแจ๊ค วังโพธิ์ อายุ ๔๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๖๕ หมู่ ๑ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้ร่วมขบวนการ และเป็นผู้ประสานเจ๊อ้วน ชาวกระเหรี่ยง
โดยในรายที่ ๒ และ ๓ ดำเนินคดีในข้อหา ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้มีลักษณะคล้ายกับคดีที่เคยเกิดขึ้นใน จ.กำแพงเพชร พฤติการณ์คือจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ด้วยวิธีการปิดบังอำพราง โดยการนำแรงงานต่างด้าวปะปนมากับพืชผลการเกษตรเพื่อให้พ้นจากการตรวจพบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกวดขันจับกุมอย่างจริงจัง และความผิดมีอัตราโทษที่สูง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายทั้งสองน่าจะขาดอากาศหายใจระหว่างการซ่อนตัวในรถพ่วงดังกล่าว จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงได้นำศพมาทิ้งในที่เกิดเหตุ โดยหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาซักถามเพื่อขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งเครือข่ายต่อไป..



จี้กง…….(ชงข่าว-ลงขวดเล่า)







