“นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก คือ หัวใจของเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่นายทุนเจ้าสัว อย่าอ้างแต่ว่าสั่งการธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว สั่งไปแล้วเขาไม่ทำไม่เล่นด้วย สุดท้ายเจ๊งกันหมด” นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีไทย สภาผู้แทนราษฎร ชี้ปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมไปถึง 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลที่ประกาศออกมาก็ไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่สามารถกระตุ้นสถานการณ์เศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ จนประชาชนและผู้ประกอบการพากันเจ๊งระราว.รัฐบาลควรปรับนโยบายช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทั้งประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้ทันสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ รัฐบาลจะต้องช่วยเหลือให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ประโยชน์ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้ประกอบการรายย่อยหรือไมโครเอสเอ็มอี คือ หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในระดับรากหญ้าขึ้นมา ไม่ใช่เจ้าสัวนายทุน ถ้าจะต้องช่วย ก็ต้องลงไปช่วยกลุ่มนี้ ไม่ใช่อ้างแต่ว่าสั่งการไปแล้ว เพราะหลายครั้งที่อ้างว่าสั่งการแล้วแต่กลับไม่มีการดำเนินการจริง รัฐบาลอ้างว่าธนาคารแห่งประเทศไทยลงไปกำกับดูแลแต่ธนาคารพาณิชย์ไม่เอาด้วย หรือเกรงว่ามีความเสี่ยง จึงเลือกไม่ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเลย สุดท้ายผู้ประกอบกิจการรายย่อยจึงต้องปิดกิจการกันไปหมดอย่างที่เห็น.“ที่ผ่านมารัฐปล่อยผู้ประกอบการรายย่อยต้องทยอยปิดกิจการทอดทิ้งไม่เหลียวแล นี่ก็พิสูจน์ชัดเจนว่า พลเอกประยุทธ์ ทำงานให้ใครกันแน่ระหว่างประชาชนหรือนายทุนใหญ่” ส.ส.พิษณุโลก กล่าว
เอสเอ็มอี “เจ๊ง” ประชาชน “กำลังอดตาย” รัฐบาลสนใจแต่”นายทุน”
461
โดย #เอมหาชัย
-







