วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกทั่วไป“อนุทิน ” เผย ไทยเตรียมแผนรองรับเริ่มเปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ขณะที่สงกรานต์นี้ไม่ห้ามเดินทาง

“อนุทิน ” เผย ไทยเตรียมแผนรองรับเริ่มเปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ขณะที่สงกรานต์นี้ไม่ห้ามเดินทาง

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

“อนุทิน ” เผย ไทยเตรียมแผนรองรับเริ่มเปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ขอประชาชน อย่าเพิ่งการ์ดตก ย้ำ UCEP PLUS ผู้ป่วยสีเหลือง – แดง เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล ขณะที่สงกรานต์นี้ไม่ห้ามเดินทาง9 มี.ค. 65.- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 2/2565 โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน การทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เครือข่ายโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ (UHOSNET) โรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมประชุม.นายอนุทินแถลงว่า วันนี้มีประเด็นสำคัญ 4 เรื่องได้แก่

1.เห็นชอบในหลักการแผนรองรับเปลี่ยนผ่านโควิด-19 จากโรคระบาด (Pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) เพื่อเศรษฐกิจของประเทศบนพื้นฐานสุขภาพที่ดี ซึ่งประเทศอื่นมีการใช้นโยบายดังกล่าวแล้ว โดยต้องมีมาตรการเฝ้าระวังในและการเดินทางเข้าประเทศ การบริหารจัดการวัคซีนป้องกัน มาตรฐานการรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย มาตรการกฎหมายและสังคม เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยมาตรการ Universal Prevention และ VUCA ตลอดเวลา.

2.ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์การปรับค่าใช้จ่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตโควิด-19 หรือยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) โดยกลุ่มสีเหลืองและแดงยังสามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ทุกแห่งจนหายโดยไม่ต้องย้ายโรงพยาบาล (รพ.) และไม่กำหนดระยะเวลาจ่ายค่าชดเชยเฉพาะ 72 ชั่วโมงแรก ในขณะที่กลุ่มสีเขียวสามารถเข้ารับการรักษาฟรีใน รพ.ตามสิทธิ เน้นการดูแลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ผู้ป่วยที่ตรวจ AKT ที่ รพ. หากมีผลตรวจเป็นบวก ให้รับยาที่จุดตรวจ ATK ก่อนกลับบ้าน ผู้ป่วยที่ตรวจด้วยตนเองสามารถมารับยาที่ รพ.หรือแจ้ง รพ.ให้ส่งยาไปที่บ้าน และเยี่ยมติดตามอาการหลังครบ 48 ชั่วโมง.

3.เร่งรัดการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดและหัดเยอรมัน ภายใต้โครงการกำจัดโรคหัดและหัดเยอรมันตามพันธะสัญญานานาชาติ ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ทบทวนการกำจัดโรคหัดและหัดเยอรมันของประเทศไทย เสนอแนะให้เร่งรัดฉีดวัคซีนในเด็กต่างด้าว เด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมถึงผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานต่างด้าว พื้นที่ชายแดน ผู้ลี้ภัย เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน.4.แนวทางการรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ซี ด้วยวิธี Test and Treat เนื่องจากประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ประมาณ 400,000 ราย ในจำนวนนี้เกิดภาวะตับแข็งประมาณ 80,000 ราย และมะเร็งตับประมาณ 3,200 รายต่อปี สธ.จึงเพิ่มยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี (จ2) เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับคนไทย และใช้แนวทางการวินิจฉัยด้วยวิธี Test and Treat เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันและได้รับยารักษาเร็วที่สุด โดยให้ รพ.ชุมชน รพ.ทั่วไป ดูแลผู้ป่วย และเปิดโอกาสให้แพทย์ทั่วไปที่ผ่านการฝึกอบรม สามารถจ่ายยาและติดตามการรักษาผู้ป่วยได้ โดยมีอายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารหรืออายุรแพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านระบบทางเดินอาหารเป็นที่ปรึกษา.ส่วนกรณีการลงนามยูเซ็ป พลัส หากหลังจากวันที่ 16 มีนาคมนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ กรณีผู้ติดเชื้อสีเขียว ไม่มีอาการแต่อยากรักษาใน รพ.เอกชน หรือ รพ.นอกสิทธิ จะต้องจ่ายเงินเองหรือไม่

นายอนุทินกล่าวว่า ลงนามแล้ว ขณะนี้เหลือปรับแก้ เพื่อประกาศใช้วันที่ 16 มีนาคม 2565 ดังนั้น ที่ดีสุดคือ ผู้ป่วยสีเขียวเข้ารักษาใน รพ.ตามสิทธิของตัวเอง และเมื่อมีไกด์ไลน์กรมการแพทย์ออกมาแล้ว คาดว่า รพ.รัฐบาลก็จะไม่มีการรับเข้าเป็นผู้ป่วยใน แต่ส่วนเอกชนก็ต้องแล้วแต่ความสมัครใจของผู้ป่วย.ทั้งนี้ นพ.เกียรติภูมิ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับผู้ที่อยู่กลุ่มสีเขียวแต่อยากเข้ารักษาใน รพ.จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง แต่หากเข้า รพ.ตามสิทธิที่ตัวเองมี ก็จะมีระบบ HI ให้รักษาตัวเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว

#TPchannel#วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา#โควิด19

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์