วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 8, 2026
หน้าแรกเศรษฐกิจ"สภาเอสเอ็มอี" ร่วมฟื้นชีพ SMEs หลังวิกฤต "โควิค"

“สภาเอสเอ็มอี” ร่วมฟื้นชีพ SMEs หลังวิกฤต “โควิค”

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ปูมาตรการช่วยเหลือภาคประชาชน ดันโครงการ ‘Smart Province’ นนทบุรีโมเดล

สภาเอส เอ็ม อี ไทย ช่วยสะท้อนปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ SMEs ในไทย­

ตั้งแต่ปี 2557 สภาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เกิดจากการรวมตัวกันของภาคีเครือข่าย                   ที่ประกอบไปด้วยสมาคม มูลนิธิ ชมรม และกลุ่มคลัสเตอร์ต่างๆ กว่า 30 องค์กร จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกภาคีเครือข่ายกว่า 150 องค์กร รวมกันไม่น้อยกว่า 20,000 ราย ซึ่งล้วนเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อันเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญ ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สภาเอสเอ็มอี มีเป้าหมายหลักในการเป็นศูนย์กลางในการสะท้อนปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย รวมถึงช่วยผลักดันให้เกิดแนวทางการแก้ปัญหา ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอีกด้วย

ประธานสภาเอสเอ็มอี จับมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจร่วมกับภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง (ท่านประธานไชยวัฒน์)

­            สภาเอสเอ็มอี (สภาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมไทย) มีพันธกิจสำคัญในการมุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม มุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เราพยายามอย่างยิ่งในการขยายช่องทางโอกาสการเติบโต เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการขาย และการตลาดของสมาชิกเครือข่ายเอสเอ็มอี รวมทั้งพยายามขยายองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย ให้พร้อมในการลงสนามแข่งขันทางธุรกิจ ที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีนวัตนกรรม เทคโนโลยี ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการเติบโตธุรกิจอย่างมาก             ซึ่งต้องติดตามให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

            เราจึงได้พยายามรวบรวมสมาชิกเครือข่ายให้เป็นปึกแผ่น ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราสามารถรวบรวมกำลังพันธมิตรของสมาชิกเครือข่ายได้หลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิถึง 64 องค์กรทั่วประเทศ ชมรมหรือสหกรณ์กว่า 30 องค์กร มหาวิทยาลัย 9 องค์กร สภาสหพันธ์หรือองค์กรระหว่างประเทศ 8 องค์กร และกลุ่มวิสาหกิจกว่า 120 องค์กร ปัจจุบันเราผนึกกำลังรวมกัน ไม่น้อยกว่า 20,000 ราย นับเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งข้อของเรา                   ซึ่งดำเนินตามพันธกิจองค์กรเอสเอ็มอี ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะสร้างความร่วมมือของวิสาหกิจ ภาครัฐ เอกชน และวิชาการ เชื่อมโยงเครือข่ายภายในประเทศและระหว่างประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจโลก

ตั้งแต่ปี 2560 เราได้ผลักดันข้อเสนอให้รัฐบาลของประเทศไทย ลงมือช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SMEs ใน 3 ประเด็นหลัก อันได้แก่

  1. ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs
  2. ด้านองค์ความรู้เพื่อยกระดับ SMEs สู่สากล ซึ่งช่วยติดอาวุธทางปัญญา
  3. ด้านการตลาด เพื่อขยายช่องทาง รองรับสินค้าและบริการของผู้ประกอบการ SMEs

ตลอดจนการสะท้อนปัญหา พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาของ SMEs (Voice of SMEs) อย่างเป็นรูปธรรมผ่านช่องทางต่างๆ ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งได้ดำเนินการไปในหลายกิจกรรม อาทิ

  • การนำเสนอเรื่อง Model “SMEs Smart Province” เพื่อแก้ไขปัญหาของ SMEs ทั้งระบบ ต่อกรรมาธิการคณะต่างๆ
  • การสร้างความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศในการผลักดันสินค้าไทยให้ได้รับมาตรฐาน Halal เพื่อเจาะตลาดมุสลิมที่มีกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก
  • การผลักดันเรื่องพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการขับเคลื่อนยกระดับ SMEs ไทย ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทุกพรรคการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ช่วยผลักดัน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้ก้าวไกลสู่สากลอย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงช่วยฝ่าฟันวิกฤตโควิด ร่วมกับผู้ประกอบการ SMEs อาทิ

  • โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ ในปี 2561 ร่วมฝึกอบรมวิชาชีพ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ รวมทั้งอบรมความรู้ในการประกอบธุรกิจ ระบบบริหารจัดการ และการเขียนแผนธุรกิจให้กับผู้ขาดโอกาส
  • โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
  • โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) สู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพให้เป็นผู้ประกอบการที่เป็นสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด และจะเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัด
  • โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่ตลาดสากล ปี 2563
  • โครงการ Train the Coach: Accelerator 4.0
  • โครงการ SME เดินหน้า ฝ่าโควิด
  • โครงการการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ยุคดิจิทัลท่ามกลาง COVID-19

และโครงการฯ อื่นๆ อีกมายมาย

โดยหวังอย่างยิ่งว่าทุกโครงการฯ ที่เราได้ทุ่มเทนั้น จะช่วยพื้นฐานที่มั่นคง สร้างความเข็มแข็ง และสร้างความเป็นปึกแผ่น ให้แก่สมาชิกเครือข่ายสภาเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยให้สามารถพัฒนาศักยภาพ ก้าวไกลสู่ระดับโลกได้              

โดยจากนี้ทาง ดร.ศุภชัย แก้วศิริ จะมารับบทบาทเป็นผู้นำองค์กรฯ มาร่วมสร้างโอกาส รวมถึงสานต่อโครงการฯ ที่สามารถช่วยเหลือสนับสนุน และช่วยหาแนวทางฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิดต่อไป

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์