ปูมาตรการช่วยเหลือภาคประชาชน ดันโครงการ ‘Smart Province’ นนทบุรีโมเดล
สภาเอส เอ็ม อี ไทย ช่วยสะท้อนปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ SMEs ในไทย
ตั้งแต่ปี 2557 สภาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เกิดจากการรวมตัวกันของภาคีเครือข่าย ที่ประกอบไปด้วยสมาคม มูลนิธิ ชมรม และกลุ่มคลัสเตอร์ต่างๆ กว่า 30 องค์กร จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกภาคีเครือข่ายกว่า 150 องค์กร รวมกันไม่น้อยกว่า 20,000 ราย ซึ่งล้วนเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อันเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญ ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สภาเอสเอ็มอี มีเป้าหมายหลักในการเป็นศูนย์กลางในการสะท้อนปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย รวมถึงช่วยผลักดันให้เกิดแนวทางการแก้ปัญหา ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอีกด้วย
ประธานสภาเอสเอ็มอี จับมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจร่วมกับภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง (ท่านประธานไชยวัฒน์)
สภาเอสเอ็มอี (สภาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมไทย) มีพันธกิจสำคัญในการมุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม มุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เราพยายามอย่างยิ่งในการขยายช่องทางโอกาสการเติบโต เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการขาย และการตลาดของสมาชิกเครือข่ายเอสเอ็มอี รวมทั้งพยายามขยายองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย ให้พร้อมในการลงสนามแข่งขันทางธุรกิจ ที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีนวัตนกรรม เทคโนโลยี ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการเติบโตธุรกิจอย่างมาก ซึ่งต้องติดตามให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
เราจึงได้พยายามรวบรวมสมาชิกเครือข่ายให้เป็นปึกแผ่น ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราสามารถรวบรวมกำลังพันธมิตรของสมาชิกเครือข่ายได้หลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิถึง 64 องค์กรทั่วประเทศ ชมรมหรือสหกรณ์กว่า 30 องค์กร มหาวิทยาลัย 9 องค์กร สภาสหพันธ์หรือองค์กรระหว่างประเทศ 8 องค์กร และกลุ่มวิสาหกิจกว่า 120 องค์กร ปัจจุบันเราผนึกกำลังรวมกัน ไม่น้อยกว่า 20,000 ราย นับเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งข้อของเรา ซึ่งดำเนินตามพันธกิจองค์กรเอสเอ็มอี ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะสร้างความร่วมมือของวิสาหกิจ ภาครัฐ เอกชน และวิชาการ เชื่อมโยงเครือข่ายภายในประเทศและระหว่างประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจโลก
ตั้งแต่ปี 2560 เราได้ผลักดันข้อเสนอให้รัฐบาลของประเทศไทย ลงมือช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SMEs ใน 3 ประเด็นหลัก อันได้แก่
- ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs
- ด้านองค์ความรู้เพื่อยกระดับ SMEs สู่สากล ซึ่งช่วยติดอาวุธทางปัญญา
- ด้านการตลาด เพื่อขยายช่องทาง รองรับสินค้าและบริการของผู้ประกอบการ SMEs
ตลอดจนการสะท้อนปัญหา พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาของ SMEs (Voice of SMEs) อย่างเป็นรูปธรรมผ่านช่องทางต่างๆ ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งได้ดำเนินการไปในหลายกิจกรรม อาทิ
- การนำเสนอเรื่อง Model “SMEs Smart Province” เพื่อแก้ไขปัญหาของ SMEs ทั้งระบบ ต่อกรรมาธิการคณะต่างๆ
- การสร้างความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศในการผลักดันสินค้าไทยให้ได้รับมาตรฐาน Halal เพื่อเจาะตลาดมุสลิมที่มีกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก
- การผลักดันเรื่องพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการขับเคลื่อนยกระดับ SMEs ไทย ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทุกพรรคการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ช่วยผลักดัน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้ก้าวไกลสู่สากลอย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงช่วยฝ่าฟันวิกฤตโควิด ร่วมกับผู้ประกอบการ SMEs อาทิ
- โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ ในปี 2561 ร่วมฝึกอบรมวิชาชีพ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ รวมทั้งอบรมความรู้ในการประกอบธุรกิจ ระบบบริหารจัดการ และการเขียนแผนธุรกิจให้กับผู้ขาดโอกาส
- โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
- โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) สู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพให้เป็นผู้ประกอบการที่เป็นสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด และจะเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัด
- โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่ตลาดสากล ปี 2563
- โครงการ Train the Coach: Accelerator 4.0
- โครงการ SME เดินหน้า ฝ่าโควิด
- โครงการการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ยุคดิจิทัลท่ามกลาง COVID-19
และโครงการฯ อื่นๆ อีกมายมาย
โดยหวังอย่างยิ่งว่าทุกโครงการฯ ที่เราได้ทุ่มเทนั้น จะช่วยพื้นฐานที่มั่นคง สร้างความเข็มแข็ง และสร้างความเป็นปึกแผ่น ให้แก่สมาชิกเครือข่ายสภาเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยให้สามารถพัฒนาศักยภาพ ก้าวไกลสู่ระดับโลกได้
โดยจากนี้ทาง ดร.ศุภชัย แก้วศิริ จะมารับบทบาทเป็นผู้นำองค์กรฯ มาร่วมสร้างโอกาส รวมถึงสานต่อโครงการฯ ที่สามารถช่วยเหลือสนับสนุน และช่วยหาแนวทางฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิดต่อไป



















