หลังจากศึก ฟุตซอลไทยลีก ฤดูกาล 2021/2022 ได้ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีมงาน Futsal Thailand – ฟุตซอลไทยแลนด์ จัด 7 ผู้เล่นยอดเยี่ยมในแต่ละตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้ ได้ 7 ตัวรับ 7 หน้าเป้ายอดเยี่ยม และ 7 ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมไปแล้ว ไปต่อกันผู้เล่นตำแหน่งริมเส้น โดยรวบรวมทั้งฝั่งซ้ายและขวา มัดรวมกันมาเป็น 14 แข้ง ที่ฟอร์มยอดเยี่ยมน่าจับตา ในฤดูกาลทีผ่านมากัน1.กฤษดา วงษ์แก้ว (ฟรีไฟร์ บลูเวฟ ชลบุรี)ฟอร์มปีนี้นับว่าใกล้เคียงกับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลสุดๆสำหรับ “กัปตันช้าง” ที่คอยสั่งเกมกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมโดดเด่นทั้งเกมรับและรุก แม้ถูกจับมาลองแทคติกใหม่ๆ อย่างการเล่นแบบตัวต่อตัวโดยการยืนเป็นสุดท้ายแบบ โรบินโญ่ สไตล์ของทีมชาติรัสเซีย แข้งเก๋าทีมชาติไทยก็แสดงให้เห็นว่าสามารถปรับตัวได้ทุกรูปแบบ และช่วยทีมยิงไป 13 ประตู2.วิลเลี่ยม (เอ็นที ฟุตซอลคลับ)เดอะแบกของ”อินทรีสีส้ม” แม้ปีนี้เอ็นทีจะเสีย เปลินญ่า คีร์แมนสำคัญของทีมให้กับ ชลบุรี แต่เขาก็ชักชวนเพื่อนอย่าง วิลเลี่ยม เข้ามาทดแทนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จุดเด่นของวิลเลี่ยมนอกจากจะมีความสามารถเฉพาะที่ยอดเยี่ยม คุมจังหวะเกมได้ดี และจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาดจากทั้งลูกเซตเพลย์และโอเพ่นเพลย์ด้วยผลงานทั้งหมด 10 ประตูแล้ว จุดเด่นยิงกว่าคือจังหวะจ่ายเสาสองที่ขอแค่มีคนวิ่งไปรอ เขาก็สามารถหาช่องจนป้อนไปให้ได้ จึงขอตั้งฉายาให้เป็น “มิสเตอร์คิลเลอร์พาส” ในปีนี้ไปเลย 3.เฮลิโอ เนโต้ (ฟรีไฟร์ บลูเวฟ ชลบุรี)จอมเทคนิคบราซิลเลี่ยนอีกหนึ่งแข้งที่ฟอร์โดดเด่นสุดๆในการคว้าแชมป์ปีนี้ กับการใช้ความสารถเฉพาะตัวเลี้ยงเจาะแนวรับในสถานการณ์ที่เกมตื้อๆของทีม เนโต้ เป็นอีกหนึ่งแข้งในทีมชลบุรีที่โดนจับมาเล่นสไตล์คล้ายๆกันกับ กฤษดา วงษ์แก้ว และทำได้เยี่ยม ฤดูกาลนี้เจ้าตัวก็ช่วยทีมยิงไปถึง 11 ประตู 4.เวนเดล เมนเดส (ห้องเย็นท่าข้าม) คำว่าใส่เกินร้อยคงเหมาะกับแข้งบราซิลรายนี้ที่สุดแล้ว จังหวะ 50/50 พร้อมปะทะเต็มที่ไม่มีกลัวเจ็บ และมักจะช่วงชิงความได้มาเปรียบมาให้กับทีมไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอลหรือเรียกฟาวล์ เวนเดล นับเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โดดเด่นเรื่องการเลี้ยงกินตัวและมีสปีดที่เร็วหาตัวจับยากหรือจะบอกว่าฟอร์มโดดเด่นที่สุดของทีมรองจ่าฝูงในปีนี้เลยก็ว่าได้ โดยเจ้าตัวยิงไปทั้งหมด 17 ประตูด้วยกัน 5.พีระพล สัตย์ซื่อ (แบงค็อก บีทีเอส)อีกหนึ่งแข้งที่ต้องใช้คำว่าใส่เต็มเกินร้อยแบบไม่มีกลัวเจ็บ ที่กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งอีกครึ่งในปีนี้ ริมเส้นตัวจี๊ดที่เข้าออกรั้วทีมชาติมาตลอดช่วง 5 ปีหลัง กับสไตล์การเล่นที่ดุดันกัดไม่ปล่อยและมีการตัดสินที่ยอดเยี่ยม แม้แต่การเสียฟาวล์แต่ละครั้งก็นับว่าสร้างผลประโยชน์ให้กับทีม โดยจุดเด่นของ พีระพล ในปีนี้คือการสร้างโอกาสได้เยอะแม้แต่ละเกมจะใช้เวลาคลำเป้าไปบ้างแต่พอเริ่มเข้ามาก็ผลิตสกอร์สำคัญให้ทีมได้โดยปีนี้เจ้าตัวทำไปทั้งสิ้น 14 ประตู6.วิทยา ด้วงภู (นนทุบุรี ฟุตซอลคลับ) ปัจจุบัน ห้อเย็นท่าข้าม เดอะแบกแห่ง”ผึ้งพิฆาต”กำลังสำคัญที่พาทีมรอดตกชั้นมาได้ด้วยผลงานการทำประตูถึง 16 ประตู เรียกว่าผลงานการยิงค่อนข้างจะกระโดดไปกว่าผู้เล่นในทีมค่อนข้างมากแน่นอนว่าจุดเด่นของเขาในปีนี้คือการจบสกอร์ แม้อาจจะไม่สาสามารถสร้างโอกาสได้แบบต่อเนื่องได้ตลอดทั้งเกม ทำให้ความเฉียบคมของเขาคือจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมในปีนี้โดยเฉพาะช่วงเลกที่สอง 7.เทอดศักดิ์ เจริญพงษ์ (ห้องเย็นท่าข้าม)จวดทางเรียบริมเส้นได้โอกาสแตะหนีเมื่อไหร่ถ้าไม่ใช้มือดึงเอาไว้ก็คงต้องปล่อยไปเลย เพราะยากจะไล่ตามไปทันสำหรับแข้งที่สปีดความเร็วสูงรายนี้ แน่นอนว่าจุดเด่นของ เทอดศักดิ์ คือการกระชากโดยเฉพาะพื้นที่แคบที่มักจะทำได้ดีรวมถึงการใช้ความเร็วในการวิ่งตัวเปล่าจังหวะเข้าเข้าชาร์จหน้าประตูก็ทำได้ดีไม่แพ้กันทำให้ฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวยิงช่วยทีมไปทั้งสิ้นถึง 17 ประตู8.ปาณัสม์ กิตติภานุวงศ์ (ฟรีไฟร์ บลูเวฟ ชลบุรี)เป็นปีที่ได้รับโอกาสลงสนามกับ ชลบุรี มากขึ้นในปีนี้เรียกว่าซื้อใจกุนซือใหญ่ชาวสเปนอย่าง คาร์ลอส เซซาร์ ได้ตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาลในชุดที่คว้าแชมป์สโมสรอาเซียน ซึ่งปีนี้เจ้าจตัวมีลูกมหัศจรรย์ออกมาให้เห็นอยู่หลายแมตช์ จุดเด่นของ ปาณัสม์ คือการใช้ความสามารถเฉาพาะตัวเจาะแนวรับได้ดีและการจบสกอร์ได้คม ฤดูกาลที่ผ่านมาช่วยทีมยิงไป 9 ประตู 9.อธิปพงศ์ มุ่นพราย (ห้องเย็นท่าข้าม)เทคนิคแพรวพราวไปกับบอลได้ดีนับเป็นอีกหนึ่งแข้งในลีกที่มีความสามามารถเฉพาะตัวสูงในการเอาชนะแบบตัวต่อตัวและน่าจับตาเดียว แม้บางครั้งอาจจะดูฝืนเล่นกับบอลมากไปบ้าง แต่สามารถก็พลิกสถานกาณ์ให้กับทีมได้หลายครั้งเช่นกัน โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวยิงไปทั้งสิ้น 10 ประตูและมักจะมาพร้อมท่าดีใจด้วยท่าเต้นแบบลุงชัชสายเปย์ 10.ธีร์ดนัย ยาเขียว (แบงค็อก บีทีเอส)อีกหนึ่งตัวจี๊ดความเร็งสูงที่น่าจับตาในปีนี้แม้จะรูปร่างไม่ใหญ่แต่ก็พร้อมใส่ไม่ยั้งและมักจะทำได้ดีในการสลับไปเล่นในหลายๆชุดในทีมเล่นได้หลากหลายรูปแบบและเข้าไปผสมเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้ไปของทีมได้อย่างดีจุดเด่นของ ธีร์ดนัย ไปกับบอลได้ดีและการเคลื่อนที่วิ่งตัวเปล่าโดยเฉพาะจังหวะการให้บอลและตามโคฟเวอร์ให้กับเพื่อนร่วมทีม โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวทำไปทั้งสิ้น 8 ประตู 11.อัมริน เอกาพันธ์ (ราชภัฏเพชรบุรี H3)ตัวจี๊ดดาวรุ่งวัย 19 ปี ข้อเท้าอย่างกับตะขอ เป็นรายเดียวจากที่หมด 14 คนที่เพิ่งจะลงเล่นในฟุตซอลไทยลีกเป็นปีแรกและกลายเป็นกำลังของทีมได้เลย ด้วยจุดเด่นของเขาคือความสามารถเฉพาะตัว เอาตัวรอดแบบ 1-1 ได้ดี หรือแม้แต่จังหวะ 1-2 และ 1-3 ก็เคยเอาชนะมาได้หลายๆครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา และนับเป็นผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่น่าจับตาในวงการฟุตซอลไทยมากๆเวลานี้ โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวทำไปทั้งสิ้น 10 ประตู12.นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์ (แบงค็อก บีทีเอส)ขุนพลชุดแกร่งชุดที่สองในระบบ 4-0 ของทีม”อัศวินเมืองหลวง” ปีนี้ต้องบอกว่าฟอร์มร้ายกาจสุดๆ เพราะจัดการไล่เก็บหัวตารางมาเรียบมีเพียง ฟรีไฟร์ บลูเวฟ ชลบุรี ที่รอดเงื้อมมือไปได้ ทำให้เข้าป้ายตำแหน่งริมเส้นยอดเยี่ยมกันครบทั้ง “ธีร์ดนัย ยาเขียว – พีระพล สัตย์ซื่อ -นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์” แม้ฟอร์มของ นาวิน จะไม่กระฉูดมากเหมือนเก่าแต่ก็ยังไม่จังหวะซ้ายมหัศจรรย์ ของเขามาให้เห็นและมักจะมาได้ถูกที่ถูกเวลา ฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวทำไปทั้งสิ้น 5 ประตู13.ปิยพัน เอี่ยมวิไล (การท่าเรือ)ฟอร์มพีคสุดๆในเลกแรกกับ เกษมบัณฑิต แม้จะยิงไป 3 ประตู แต่มีส่วนร่วมกับทีมมากทั้งเกมรับและรุกที่แอสซิสต์ให้เพื่อนไปถึง 13 ลูก หลังจากย้ายมาเล่นกับการท่าเรือ ในเลกที่สอง ก็เห็นได้ชัดว่า เกษมบัณฑิต ฟอร์มรูดจากกลางจากตารางจนเกือบตกชั้น ซึ่งการเข้ามาเล่นกับการท่าเรือ ก็ยังทำได้ดีแม้โอกาสลงสนามไม่มากเหมือนเก่า แต่ได้รับโอกาสเมื่อไหร่ก็มักจะทำได้ดีเดียว 14.จิรวัฒน์ สอนวิเชียร (ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน)เข้าป้ายมาเป็นรายสุดท้ายเนื่องจากฟอร์มในเลกแรกที่เล่นอยู่กับ แบล็คเพิร์ล ไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก แต่การย้ายเข้าค่าย ธรรมศาสตร์ และถูกตั้งเป็นกัปตันทีมก็ทำให้ฟอร์มเลกสองของ ธรรมศาสตร์ ผิดหูผิดตาและยกระดับทีมขึ้นมาเลย เลกแรกยิงไปเพียง 2 ประตู ก่อนที่เลกสองจะยิงไป 7 ประตู ซึ่งเป็นการยิง 4 นัดติดต่อกันก่อนจบฤดูกาลด้วย ส่วนเรื่องของสรรพคุณคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาคือผู้เล่นระดับตำนานของทีมฟุตซอลทีมชาติไทย__________________
14 ผู้เล่นตำแหน่ง ริมเส้น ยอดเยี่ยม ฟุตซอลไทยลีก2021/2022
425
โดย สำนักข่าวคชสีห์
-







