หลังจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) ปลดแบนประเทศไทย ออกจากรายชื่อผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎของ วาด้า ทำให้ประเทศไทยสามารถยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติระดับภูมิภาค ทวีป และโลกนายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ทำหนังสือเสนอตัวทั้งการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก ในเดือนมิถุนายน คาดว่าจะเลือกเจ้าภาพหลังจากที่รู้ผลจับสลากแบ่งสายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นี้ ว่าจะได้อยู่กลุ่มใดและจะเลือกทีมใดในกลุ่มเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าไทยจะต้องไปแย่งชิงกับประเทศใดบ้างในการเป็นเจ้าภาพ แต่ถ้าหากประเทศร่วมกลุ่มนั้นเคยมีประสบการณ์จัดการแข่งขัน หรือสถานการณ์ในประเทศดีกว่า ก็อาจจะเป็นเรื่องยากจากนี้ เอเอฟซี จะพิจารณาเปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ ที่เสนอตัวกันเข้ามา โดยเงื่อนไขในการเลือกเจ้าภาพนั้นต้องเป็นประเทศที่อยู่ในการแข่งขัน และมีสิทธิ์เป็นเจ้าภาพในกลุ่มที่ตัวเองอยู่ก่อน ถ้ามีศักยภาพมากกว่านั้นก็สามารถรับเป็นเจ้าภาพกลุ่มอื่นๆ ได้ ส่วนมาตรการนั้นก็จะต้องเป็นชาติที่ไม่มีการกักตัวหรือกักตัวน้อยที่สุด โดยเรื่องนี้จะต้องรอดูกันตามสถานการณ์ และช่วงใกล้การแข่งขันจะต้องส่งขั้นตอน มาตรการต่างๆ ให้ เอเอฟซี อีกครั้งสำหรับการแข่งขันเอเชี่ยน คัพ 2023 รอบคัดเลือก มีการปรับรูปแบบจากระบบเหย้า-เยือน ของทีมในกลุ่ม 6 นัด เหลือเพียง 3 นัดในสนามเป็นกลาง เพื่อความรวบรวด มีจะจับสลากแบ่งสายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยไทยนั้นอยู่ในโถ 2 ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม นำแชมป์กลุ่ม และอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 5 จาก 6 กลุ่ม เข้ารอบสุดท้าย ซึ่งจะทำการคัดเลือกระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายนนี้
สมาคมฟุตบอล เล็งยื่นเป็นเจ้าภาพจัดแข่งฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก หลัง WADAปลดแบนไทย
283
โดย สำนักข่าวคชสีห์
-







