ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม , พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.สตม. ร่วมกับ บช.ทท. และ ศปอส.ตร. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน รวม 10 ราย ตามที่ ศปอส.ตร.(PCT) ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ประเทศไทย ให้ช่วยติดตามจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนี คดีฉ้อโกงประชาชนผ่านโทรศัพท์ หรือ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ชาวจีน จำนวน 17 ราย โดยมีกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นผู้ประสานการปฏิบัตินั้น พฤติการณ์ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนีคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สตม. และ ศปอส.ตร. (PCT) ได้สืบทราบจนพบตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย และได้ขอศาลอนุมัติหมายค้น ทั้ง 4 จุด ในวันที่ 20 มกราคม 2565 เบื้องต้นพบตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ดังนี้
1. ผู้ต้องหา จำนวน 10 ราย (เป็นบุคคลตามหมายจับจีน จำนวน 6 ราย) 2. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 19 เครื่อง 3. โทรศัพท์มือถือ 79 เครื่อง 4. ซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 167 อัน 5. อุปกรณ์กระจายสัญญาณ , เครื่องส่งโอทีพี , อุปกรณ์ Token ที่ใช้ทำเว็บพนันออนไลน์กว่า 300 รายการ 6. นาฬิกาหรู จำนวน 14 เรือน 7. สมุดบัญชี จำนวน 10 เล่ม 8. รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน โดยพบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้มีการเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ร่วมด้วย และพบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้แล้วจำนวน 2 ราย โดยชุดสืบสวน สตม. และ ศปอส.ตร.(PCT) จะติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ต่อไป สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง