ทัพเรือประมงพื้นบ้าน ชาวบ้าน ทวงสัญญา SEA ภาคประชาชน10 ธันวาคม 2564 ชายหาดบ้านบ่อโชน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลาส่งต่อเรื่องราวของชาวบ้านให้สังคมได้รับรู้ครับ
ชาวจะนะ จัดทัพเรือประมง ต้านนิคมอุตสาหกรรม ร้องยุติการดำเนินคดีแกนนำ 37 คน โดยจะไปทวงคำสัญญาที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง วันที่ 13 ธ.ค.
10 ธ.ค. 2564 – ที่บริเวณชายหาดบ้านบ่อโชน ม.7 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา กลุ่มผู้คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ทั้งเครือข่ายจะนะถิ่น สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ รวมทั้งกลุ่มชาวประมงพื้นที่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล ของโครงการ ทั้ง ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน และ ต.สะกอม และองค์กรอิสระต่าง ๆ ราว 400 คน
ได้รวมตัวกันแสดงพลัง และแสดงเจตนารมณ์หยุดนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งประกาศจุดยืนหยุดเวลาเวทีรับฟังความคิดเห็น EIA ฉ้อฉล พร้อมกับการระดมเรือประมงพื้นบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล หลายสิบลำ เพื่อมาแสดงพลังในครั้งนี้ด้วย แต่ไม่สามารถเคลื่อนขบวนมายังชายทะเลฝั่งที่มีการรวมตัวกันได้ เนื่องจากมรสุมคลื่นลมแรง จึงต้องจอดลอยลำอยู่ในอ่าวอีกฟาก
โดยกลุ่มได้มีการเสนอข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลคือ การขอทวงสัญญาจากรัฐบาลที่ตกลงเอาไว้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ว่า รัฐบาลจะจัดให้มีการประเมินผลเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาหรือ SEA แบบมีส่วนร่วม ที่จะมีคณะศึกษาอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องครบถ้วน และมาประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
นอกจากนี้รัฐบาลต้องสั่งให้ยุติการเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะไว้ก่อนตามข้อตกลง รวมถึงหยุดการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ที่จะจัดขึ้นราวกลางเดือนธันวาคม นี้ ซึ่งขัดกับข้อตกลง และยังขัดต่อหลักสากล ด้วยการจัดรับฟัง
อีกทั้งรัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำผู้คัดค้าน 37 คน ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564 ทั้งที่ชุมนุมโดยสงบ และมีเป้าหมายเพียง “ทวงคำตอบจากรัฐบาลที่ผิดคำสัญญา”
กลุ่มผู้คัดค้านและชาวบ้านในพื้นที่ จะไปทวงคำสัญญาอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 และขอเชิญชวนพี่น้องทุกคนเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนอาจได้เห็นข่าวเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของชาวบ้านอำเภอจะนะที่มาปักหลักบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลเมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาครบรอบ 1 ปี ที่รัฐบาลได้ให้คำสัญญากับชาวบ้านจะนะว่าจะชะลอโครงการออกไป แต่กลับยังไม่มีท่าทีใด ๆ ที่ดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ .
#ทำไมต้องsaveจะนะ จะนะ เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดสงขลาที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และกำลังจะถูกใช้พื้นที่ในการพัฒนาเป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยนั้น แสดงความกังวลว่าอาจกระทบกับสุขภาพและธรรมชาติของคนในพื้นที่ที่แม้จะมีการชดเชยค่าเสียหายแล้วก็คงไม่อาจเทียบกันได้ รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพที่ว่านั้นก็ไม่ได้ตรงกับทักษะของคนในพื้นที่ที่เติบโตมากับการประมงและการเกษตร.
#ไครียะห์คือใคร ไครียะห์ ระหมันยะ หรือที่หลายคนอาจรู้จักเธอในนาม “ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” เยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและแกนนำเยาวชนคนสำคัญของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งเธอเป็นลูกสาวชาวประมงคนหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะในพื้นที่บ้านเกิดของเธอ เธอเติบโตมากับทะเลและธรรมชาติในพื้นที่ที่สวยงามและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งเธอกล่าวว่าต้นทุนทางธรรมชาติเช่นนี้ไม่ควรนำไปเป็นฐานนิคมอุตสาหกรรม.ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ไครียะห์ ได้ร่วมขึ้นกล่าวในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 ช่วง Exclusive Speech Youth Voice of Climate Action ถึงเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อธรรมชาติในพื้นที่จะนะ โดยมีใจความบางตอนว่า “การมาของนิคมอุตสาหกรรม เราได้ยินแต่คำว่า “จะนะจะพัฒนา” โดยไม่เคยมีใครมีสิทธิ์จะได้ออกเสียง ออกความเห็น เราได้ยินแต่คำสัญญาที่รัฐบาลเคยให้กับพี่น้องจะนะว่าเราจะหาทางออกร่วมกัน เริ่มต้นจากการจัดตั้งคณะกรรมการโดยมีชาวบ้านเป็นผู้ประเมินพื้นที่จะนะ แต่ล่าสุดหนูก็ได้ยินว่านิคมจะนะกำลังจะกลับมาแล้ว นี่พี่น้องจะนะกำลังจะโดนหลอกอีกแล้วใช่ไหม เมื่อไหร่เราจะได้รอยยิ้มของเรากลับมา เมื่อไหร่ความเจ็บปวดเหล่านี้มันจะหายไป เมื่อไหร่ชะตากรรมของพี่น้องจะนะจะจบลงเสียที…”.“ชาวบ้านไม่เคยปฏิเสธการพัฒนา เพียงแค่ขอเป็นการพัฒนาที่พวกเขาสามารถออกแบบสิ่งนั้นได้ด้วยตัวเอง มาเถอะค่ะ มาเที่ยวจะนะ มาพูดคุยกันด้วยเหตุผล มาพูดคุยกันด้วยความจริงใจ” .นี่อาจถือเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนสำคัญของผู้คนในพื้นที่ที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง แน่นอนว่าการพัฒนานั้นเป็นเรื่องดี แต่การพัฒนาที่สำคัญนั้นควรคำนึงด้วยว่าเราได้ทิ้งใครเอาไว้ข้างหลังรึเปล่า
ขอขอบคุณภาพจาก FB: Nattapong Manlee
เนื้อข่าวบางส่วนจาก Khaosod Online
















