วันพุธ, กันยายน 30, 2026
หน้าแรกทั่วไปกรมศุลกากร ตรวจยึด “ขยะแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษและของที่ใช้ไม่ได้”น้ำหนักของกลางกว่า 48 ตัน ลักลอบเคลื่อนย้ายข้ามแดน

กรมศุลกากร ตรวจยึด “ขยะแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษและของที่ใช้ไม่ได้”น้ำหนักของกลางกว่า 48 ตัน ลักลอบเคลื่อนย้ายข้ามแดน

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่
กรมศุลกากร ตรวจยึด “ขยะแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษและของที่ใช้ไม่ได้”น้ำหนักของกลางกว่า 48 ตัน ลักลอบเคลื่อนย้ายข้ามแดน

กรมศุลกากรเดินหน้ามาตรการเข้มงวดในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน ล่าสุดยึดขยะอิเล็กทรอนิกส์หนักกว่า 48 ตัน ลักลอบตบตาสำแดงเป็นเศษเหล็กนำเข้ามาจากประเทศบราซิล

วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้สนองรับนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย

อย่างต่อเนื่อง โดยภารกิจดังกล่าวไม่ได้มุ่งเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน เกราะป้องกันสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน และสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายหรือปลายทางรองรับของเสียอันตรายจากต่างประเทศอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้วิเคราะห์ความเสี่ยง

และเข้าตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งระบุประเทศกำเนิดจากประเทศบราซิล (BRAZIL) โดยสำแดงรายการเป็น “เศษเหล็ก” น้ำหนักรวม 48,213 กิโลกรัม

จากการเปิดตรวจพิสูจน์โดยละเอียด พบว่าสินค้าภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้มีเพียงเศษเหล็กตามที่สำแดงไว้

แต่มีการแอบแฝงซุกซ่อนเศษและของที่ใช้ไม่ได้จำพวกเหล็กปะปนกับแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ประกอบประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 (บัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ Chemical Wastes ลำดับที่ 2.18) รวมถึงเป็นสินค้า

ที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2568 และยังเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย

ตามอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด

การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามมาตรา 202 และมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตลอดจนความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า กรมศุลกากรย้ำชัดว่าจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน และยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมผลักดันขยะดังกล่าวกลับสู่ประเทศต้นทาง โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การผลักดันประสบผลสำเร็จ

 

 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์