สังคมในยุคปัจจุบันอยู่ในโลกธรรมทั้ง 8 นินทาสรรเสริญ มีสุขมีทุกข์ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ
ส่วนจะเป็นอำนาจวาสนาจากสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของไม่เที่ยง แต่ทุกคนอยู่ในโลกนี้ยังมีความหลงระเริงอยู่ เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยั่งยืนถาวร
เวลาเราละจากโลกนี้ไป อะไรก็เอาไปไม่ได้สักนิดเดียวเลย มีแต่ความดีและความชั่ว ความเป็นบุญและความเป็นบาปติดตามไป ถ้ารู้แจ้งเห็นจริงด้วยปัญญาแล้ว ไม่อยากจะคิดอะไรเลยแม้แต่น้อยนิด ถ้าเห็นความเป็นจริงตามความเป็นจริง และก็ละได้ในใจทั้งหมดมันมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้นเอง
คำว่าอดีตก็มีอยู่เอามาไม่ได้ เพียงแค่พูดแค่คิดถึง อ่านแล้วถ้าลงท้ายสุดก็คือความว่างเปล่า อนาคตจะมีความเพ้อฝันเมื่อเพ้อฝันผ่านไปก็มีอะไรที่จะได้มา เว้นแต่ความว่างเปล่า
จมูกมีหน้าที่ได้กลิ่น ก็เอาอะไรมาไม่ได้มีแต่ความว่างเปล่า ลิ้นมีหน้าที่รับรส รู้เพียงคำว่ารสเมื่ล่วงลำคอแล้วเท่านั้นก็มีแต่ความว่างเปล่า
กายมีหน้าที่สัมผัส รู้ว่าร้อนเย็นอ่อนแข็งเคลื่อนไหว มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่รับรู้ก็เอาอะไรมาไม่ได้มีแต่ความว่างเปล่า
ส่วนใจก็มีหน้าที่รับรู้อารมณ์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในใจก็มีแต่ความว่างเปล่า เพราะไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนที่อยู่ในใจแม้แต่น้อยนิด
เพราะฉะนั้นโลกมีที่เราอาศัยอยู่ มีเพียงเท่านี้แหละคือความว่างเปล่า ลองไตร่ตรองดูพิจารณาให้รอบคอบดู….
ตรีรัก……..(จี้กง รำพัน)







