เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบัน
จุดลงในอันดับแรกก่อนที่เราจะเริ่มจับวิปัสสนาญาณ อย่าลืมนะ ขั้นสุกขวิปัสสโกนี่ จะนั่งสมาธิหลับตาปี๋ หรือไม่นั่งไม่สำคัญ คุมอารมณ์พิจารณาอย่างนี้ เอากันสบายๆ จุดที่เราจะจับเป็นหัวหาดอันดับแรก ก็คือ พระโสดาบัน... ถ้าเจริญสมถะต้องจับอารมณ์ฌาน เจริญวิปัสสนาญาณต้องจับอารมณ์พระโสดาบันไว้ก่อน
เราก็นั่งดูพระโสดาบันมีอะไร พระโสดาบัน มี
๑. #สักกายทิฏฐิ การพิจารณารู้สภาพว่าร่างกายของเรามันต้องตายแน่ มันไม่อยู่ตลอดกาลตลอดสมัย มันพัง
๒. #วิจิกิจฉา มั่นใจในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่สงสัย แต่ทว่าการที่ไม่สงสัยนี้ต้องใช้ปัญญา
๓. #สีลัพพตปรามาส เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ สำหรับฆราวาสก็มีศีล ๕ บริสุทธิ์ เณรมีศีล ๑๐ บริสุทธิ์ พระมีศีล ๒๒๗ บริสุทธิ์ ก็เท่านี้ ไม่เห็นจะมีอะไร
เป็นอันว่า เราใช้กำลังใจอยู่ในขอบเขตสั้น ๆ ว่า
หนึ่ง...เราคิดถึงความตายเป็นอารมณ์ อารมณ์ของจิตเรานี่ เราเกาะติดอะไรหนอ เราเกาะติดกาย กายมันไม่ทรงตัวติดทำไม เราก็เกาะติดสักกายทิฏฐิ และจิตพิจารณาดูว่าเราก็ดี คนอื่นก็ดี ในโลกนี้ สัตว์ทั้งหมดตายหมด วัตถุธาตุบ้านเรือนโรงมันพังไปในที่สุด เราจะเมามันในชีวิตเพื่อประโยชน์อะไร
ประการที่ ๒ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทรงแนะนำเราให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ การที่มีศีลบริสุทธิ์นี่เป็นการกำจัดความเดือดร้อนของจิตและของกาย จะไปที่ไหนก็ย่อมเป็นที่รักของบุคคลผู้ประสบพบเห็น...
๔. จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถ้าจิตของเรามีความรักพระนิพพานเป็นอารมณ์จริงๆ แล้วว่า ยังไงๆ ใจของเราก็ตั้งไว้เพื่อพระนิพพานไม่ลืมความตาย ไม่เมาในชีวิต ไม่มีจิตสงสัยในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีศีลบริสุทธิ์ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ อย่างนี้ท่านเรียกว่า #โคตรภูญาณ เป็นจุดที่อยู่ช่วงระหว่าง #พระโสดาบันกับโลกียฌาน
แต่ว่าใจของเราก้าวไปนิดหนึ่ง เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นมานี่ เป็นเรื่องธรรมดา ความหวั่นไหวในคำนินทาน้อยไป ความดีใจในคำสรรเสริญน้อยไป ความสุขใจเกิดขึ้น คิดว่าเรามีพระนิพพานเป็นที่ไปแน่ อย่างนี้ท่านเรียก
กันว่า #พระโสดาบัน ไม่ยากเลย
ถ้าจะพูดกันให้สั้นก็เรียกว่า จิตของเรามีความเคารพในพระพุทธเจ้า มีความเคารพในพระธรรม มีความเคารพในพระอริยสงฆ์ ทรงศีลบริสุทธิ์ แล้วก็มีพระนิพพานเป็นอารมณ์เป็นปกติ อย่างนี้เรียกกันว่า #พระโสดาบัน ไม่ต้องไปนั่งหลับตาเข้าฌานให้มันลำบาก...
ท่านจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม จะนั่งก็ได้ จะเดินแบบจงกรมก็ได้ จะนอนก็ได้ จะยืนก็ได้ ใช้อารมณ์ภาวนาคือจับลมหายใจเข้าออก ทำจิตให้เป็นสุขแล้วก็พิจารณาถึงขันธ์ ๕ ตามที่กล่าวมาแล้วว่า ร่างกายมันตายแน่ มันแก่แน่ มันป่วยแน่ มันพลัดพรากจากของรักของชอบใจแน่ จะตายเมื่อไรก็ช่างมัน จะป่วยเมื่อไรก็ช่างมัน ร่างกายของเราเลว ร่างกายชาวบ้านก็เลว ต้องการไปทำไม จิตใจรักคำสอนขององค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา จิตทรงศีลมั่นให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ อย่างนี้ไม่ต้องไปนั่งหลับตาเป๋ง ทำสมาธิเป็นชั่วโมง ลืมตาอย่างนั้นแหละ ทำงานอยู่ พูดอยู่ คุยอยู่ ทำได้ตามอัธยาศัย
ถ้าหากว่าจิตใจของท่านทรงตรงอย่างนี้ ไม่ช้าไม่นานเท่าใด ท่านก็เป็น #พระโสดาบัน







