วันที่ 10 ต.ค. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ กรณี คฝ. ที่ถูกยิงเข้าศรีษะบริเวณแฟลตดินแดง เป็นการยิงพลาดของตำรวจ ที่ตั้งใจจะยิงประชาชน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโพสต์คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาระบุว่า คฝ. ที่ถูกยิงเข้าศรีษะบริเวณแฟลตดินแดง เป็นการยิงพลาดของตำรวจ ที่ตั้งใจจะยิงประชาชนนั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบ และชี้แจงว่า การปฏิบัติหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้าปฏิบัติหน้าที่มีเพียง โล่ กระบอง กระสุนยาง ไม่มีการใช้อาวุธจริงเข้าพื้นที่ตรงนี้ เพราะเนื่องจากอาจจะเกิดความเข้าใจผิดและทําให้บุคคลฝ่ายที่สามสามารถเข้ามาก่อเหตุร้ายแรง และโยนความผิดให้แก่เจ้าหน้าที่ เราจึงต้องใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์เรื่อยมา อีกทั้งผู้ชุมนุมก็ยังมีทั้งวัยผู้ใหญ่ เยาวชน ฉะนั้น เราต้องยิ่งปกป้องเขาในส่วนนี้ด้วย ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจผู้ได้รับบาดเจ็บจะถูกกระสุนปืนจากฝ่ายเดียวกันเอง หรือใช้อาวุธปืนยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่เพื่อยิงประชาชนแล้วพลาดมาถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจ คฝ. อย่างแน่นอน ส่วนลูกกระสุนปืนที่ยิงจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของ กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อยืนยัน ว่าเป็นกระสุนชนิดใด อีกส่วนหนึ่งดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.royalthaipolice.go.th หรือโทร 1599บทสรุปของเรื่องนี้ : การปฏิบัติหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเพียง โล่ กระบอง กระสุนยาง ไม่มีการใช้อาวุธจริงเข้าพื้นที่ตรงนี้ เพราะเนื่องจากอาจจะเกิดความเข้าใจผิดและทําให้บุคคลฝ่ายที่สามสามารถเข้ามาก่อเหตุร้ายแรง และโยนความผิดให้แก่เจ้าหน้าที่ ส่วนลูกกระสุนปืนที่ยิงจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของ กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อยืนยัน ว่าเป็นกระสุนชนิดใดรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไปทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
521
โดย #เอมหาชัย
-







