จังหวัดอำนาจเจริญ ตรวจยึด “ไม้ถูกลักลอบตัดกลางป่า” คาดพบการกระทำลักษณะเครือข่ายขบวนการลักลอบตัดไม้เถื่อนในพื้นที่ ด้านผู้ว่าฯ สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนและขยายผลเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2567 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า อำเภอเสนางคนิคม ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการลักลอบตัดไม้บริเวณภูหวาย เขตป่าไม้ถาวร ห่างจาก บ้านนาสะอาด หมู่ที่ 7 ต.เสนางคนิคม อ.เสนางคนิคมไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร ตนจึงได้สั่งการให้ นายมหัตม์ มงคล นายอำเภอเสนางคนิคม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนางคนิคม ทั้งชุดปราบปรามและชุดสืบสวน กำนันและผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ร่วมกันเข้าตรวจสอบ พบจุดที่รับแจ้ง มีลักษณะเป็นป่าละเมาะ พบร่องรอยการตัดไม้ ได้แก่ ต้นไม้แดงขนาดไม่ใหญ่มากนัก จำนวน 2 ต้น ต้นไม้เต็ง จำนวน 1 ต้น ถูกตัดพบตอไม้และยอดกิ่งไม้ ไม่พบไม้ท่อน อุปกรณ์ตัดไม้ หรือ บุคคลใด ในบริเวณดังกล่าว จากการขยายผลตรวจสอบกองไม้ที่พบ และบริเวณพื้นที่รอบข้างโดยละเอียด พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกองไม้แดง ไม้เต็งท่อน มีร่องรอยการตัดคล้ายกับเพิ่งถูกตัดมาไม่นาน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เเจ้งว่าไม่มีการอนุญาตให้ตัดไม้บริเวณพื้นที่ป่าแต่อย่างใด นอกจากนี้ ท่อนไม้ที่พบ พบว่ามีลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้งว่าถูกตัดมาจากเขตป่าไม้ บริเวณภูหวาย และถูกนำมากองไว้ จำนวน 2 กอง นับได้จำนวน 44 ท่อน แบ่งเป็น ไม้แดงและไม้เต็ง ขนาดยาวประมาณ 1.80 – 2 เมตร กองไว้ในบริเวณเถียงนา ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่มีรั้วรอบ และทราบจากผู้ใหญ่บ้านท้องที่ว่าเป็นเถียงนา ของนายณรงค์ (สงวนนามสกุล) ราษฎรบ้านนาสะอาด ตำบลเสนางคนิคม เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ผู้ใหญ่บ้านติดต่อเจ้าของเถียงนามาพบ ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ยอมเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถาม เจ้าหน้าที่จึงเกรงว่าอาจจะมีแผนการแอบลักลอบเคลื่อนย้ายไม้ จำนวนดังกล่าวไปซุกซ่อนไว้ที่อื่น จึงได้ทำบันทึกการเคลื่อนย้ายไว้เป็นหลักฐานก่อน และส่งมอบให้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วย อจ.24 หนองคล้า ขนย้ายไม้ไปไว้ตรวจสอบในสถานที่ปลอดภัย จำนวน 44 ท่อน โดยนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ที่ อจ.24 บ้านหนองคล้า ตำบลเสนางคนิคม และทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ที่พบตอไม้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้รับโทษโดยเร็ว







