เลขาฯ สมาคมพลังสื่อ โดนหมายจับ!! คดีลักทรัพย์ยามวิกาล (รถเบ๊นซ์) สุดท้ายเรื่องพลิก เมียแอบคบชู้ กรุเรื่องหวังฮุบทรัพย์สิน
วานนี้ 21 มิ.ย.67 สื่อมวลชนได้เข้าพบ นายกสมาคมฯ ที่ สำนักข่าวกล้าลุย เพื่อสอบถาม ในกรณีที่ เลขาฯ สมาคมพลังสื่อ โดนออกหมายจับ คดีลักทรัพย์เวลากลางคืน ตามที่ได้ทราบข่าวมา
หลังจากได้พบปะพูดคุยและสอบถาม ทางนายกสมาคมฯ ได้ทราบว่าเรื่องนี้ ภรรยาของทาง เลขาฯ สมาคม ได้เข้าแจ้งความที่สภ.โพธิ์แก้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 โดยกล่าวหาว่า ทางเลขาฯ สมาคม ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน (รถเบ๊นซ์)

แต่โดยความเป็นจริงแล้วได้อยู่กินกันมาร่วม 6-7 ปี ตั้งแต่ภรรยาของ เลขาฯ สมาคม ได้เลิกรากับอดีตสามีเก่า ได้ไม่นานโดยทางเลขาฯและภรรยา ได้ร่วมกันต่อยอดกิจการเก่าของภรรยา ที่เปิดแผงร้านค้าจำหน่ายลูกชิ้นไส้กรอกเส้นก๋วยเตี๋ยวเครื่องขวดและของชำเบ็ดเตล็ด ในตลาดสดแถวพุทธมณฑลสาย 3 โดยเลขาฯ ได้นำทรัพย์สินมาร่วมลงทุน และลงแรง คือรถกระบะ 1 คัน กับเงินสดมาร่วมลงทุนตั้งแต่ปีพ.ศ 2561(ได้นำหลักฐานต่างๆพร้อม statement นำส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย)

จนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นระหว่างทำมาหาได้ด้วยกัน ซื้อกินซื้อใช้กระเป๋าเดียวกัน ดังนี้
1 บ้านเลขที่ 90/21 หมู่บ้านหลังสวน จำนวน 1 หลัง
2 คอนโด ศาลายาคอนโด ซอยตั้งสิน จำนวน 1 ห้อง
3 กระบะไทรทันแคป 1 คัน
4 กระบะ 4 ประตู triton 1 คัน
5 Mercedes-Benz GLC 220d 1 คัน ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินนับกว่า 10 ล้านบาท
ต่อมาประมาณเดือน มิ.ย.พ.ศ 66 เริ่มระแคะระคายทราบว่าแอบคุยกับผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะคิดว่าคุยกันเรื่องงาน หรือคุยกันเรื่องทางธุรกิจ จนกระทั่ง ฝ่ายหญิงเริ่มชวนทะเลาะบ่อยครั้ง แล้วจู่ๆทางฝ่ายหญิงบอกเลิก และให้ย้ายออกจากบ้านไปพร้อมทั้งให้คืนรถ คืนกุญแจรถ กุญแจบ้าน กุญแจคอนโดให้ด้วยพร้อมทั้งป่าวประกาศว่า ทางเลขาฯ คนนี้ เป็นแค่ลูกจ้าง คนขับรถ ไม่ใช่สามี ทั้งๆที่พยานแวดล้อม พยานบุคคล ต่างก้อรู้ว่า ทั้งสองได้อยู่กิน ฉันท์สามีภรรยา มานานหลายปี

ต่อมาทางเลขาฯ ทราบทีหลังจากคลิปเสียงการสนทนาของฝ่ายหญิงกับ ผู้ชายคนหนึ่ง ทราบว่าได้ตระเตรียมวางแผนเพื่อ ต้องการขับไล่และหวังฮุบทรัพย์สิน ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน (คลิปเสียงได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย)
จากนั้น เลขาฯ จึงแจ้งเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะขอแบ่งทรัพย์สินร่วมที่ทำมาหาได้ร่วมกัน โดยให้ทนายยื่นหนังสือ notice ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2567 และฝ่ายหญิง เซ็นรับเอกสารเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 เวลา 13.53 น.

แต่ในวันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 23.30 น เลขาธิการสมาคมพลังสื่อ ได้เข้าไปที่หมู่บ้านเพื่อนำรถเบนซ์ที่เป็นทรัพย์สินที่ซื้อมาร่วมกัน แต่ให้ลงชื่อภรรยาเพียงคนเดียว ที่จอดอยู่ข้างบ้านมาใช้ โดยขับมาจอดที่สำนักงานสมาคม เพราะในวันที่ 8 มิถุนายน 2567 จะเดินทางไปทำบุญไหว้พระต่างจังหวัด ส่วนรถกระบะ 4 ประตูที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะนำไปเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและซ่อมระบบแอร์เนื่องจากไม่มีความเย็น แต่ได้บอกกล่าวพี่สาวภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับ เลขาฯ และภรรยา เพื่อทราบแล้ว
และเหตุที่ไม่เข้าไปบอกกล่าวภรรยาเนื่องจาก ทราบว่าภรรยาได้นำชายฉกรรจ์เข้ามาอยู่ในบ้าน 3 คน(หนึ่งในนั้นคือชู้+ลูกน้อง 2 คน )โดยไม่มีการบอกกล่าวให้ทราบ ทำให้เลขาสมาคม เกรงกลัวความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าบ้าน และเบอร์โทรกับ messenger ก็โดนบล็อก

วันที่ 8 มิถุนายน 2567 ซึ่งขณะนั้น ทางเลขาฯได้ทำบุญอยู่ที่วัด ได้ทราบข่าวว่ามีชายฉกรรจ์ประมาณ 6 คนพร้อมหญิง 1 คน ได้มาคุกคามหน้าสมาคมและบริเวณรอบๆ โดย 2 ใน 6 ได้โทรและกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว แต่ทำไมไม่แต่งเครื่องแบบมา และก็ไม่มีการโชว์บัตรแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แต่พื้นที่ของสำนักงานอยู่ในเขต สนต.ลิ่งชัน จึงได้แจ้งไปว่าไม่คุยที่นี่ ขอให้ไปคุยกันที่ศาลเพราะยื่นโนติสไปแล้ว ซึ่งมาทราบเรื่องอีกทีในวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ว่าในวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เป็นตำรวจนอกพื้นที่ ที่เข้ามาจริงแต่ทำไม ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามาช่วยดูแลด้วย

ในวันที่ 19 มิ.ย.67 เลขาธิการสมาคมพลังสื่อ จึงได้เข้ามอบตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้กระทำการดังกล่าว ตามที่ภรรยาและชู้ ได้กล่าวหา พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่ปีพ.ศ 2561 จนถึงปัจจุบัน ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้ช่วยกันทำมาหากินร่วมกัน จนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เพิ่มความมั่นคงให้กับครอบครัว มีทั้งพยานแวดล้อมและพยานบุคล
จากนั้นพร้อมวางเงินประกันตัวออกมาเพื่อสู้คดีตอไป..
#Sherlock Holmes…







