5 ประเภทหนี้สินที่ผู้ประกอบการควรรู้/หนี้สินหมุนเวียน เรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้
1.หนี้สินหมุนเวียน (Current Liability)
“หนี้สินหมุนเวียน” หนี้สินระยะสั้นที่ผู้ประกอบกิจการหลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่า หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบข้อมูลและวิเคราะห์ว่า หนี้สินหมุนเวียนเหมาะเป็นทางออกของกิจการของตนหรือไม่
หนี้สินหมุนเวียน (Current Liability) คือ เป็นหนี้สินที่มีกำหนดเวลาชำระคืนที่ชัดเจน คือ ภายใน 12 เดือน หรือ 1 ปี นับจากวันที่เป็นหนี้สินหรือวันที่ระบุในงบแสดงฐานะการเงิน อย่างไรก็ดี ความสามารถในการชำระหนี้สินหมุนเวียน จะแปรผันอยู่กับสินทรัพย์หมุนเวียนของกิจการ โดยวิธีการชำระคืนหนี้สินหมุนเวียนทำได้ในหลายลักษณะ อาทิ ชำระเป็นเงินสด ชำระด้วยสินทรัพย์หมุนเวียน หรือเปลี่ยนภาระผูกพันเก่าให้กลายเป็นภาระผูกพันใหม่ เพื่อนำเงินไปโปะหนี้หรือว่านำไปลงทุนก่อน
หนี้สินหมุนเวียน มีกี่ประเภท
แม้ว่าลักษณะหนี้สินหมุนเวียนถูกจัดเป็นหนี้ระยะสั้น โดยประเภทของหนี้สินหมุนเวียนที่หลายคนอาจคุ้นหูหรือเคยใช้บริการ ได้แก่
- การเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร
- การเงินกู้ยืมระยะยาว
- การเงินกู้ระยะสั้น
- หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ ฯลฯ
ซึ่งประเภทหนี้สินหมุนเวียนที่กล่าวในข้างต้นล้วนมีกำหนดระยะเวลาชำระภายใน 12 เดือน หรือไม่เกิน 1 รอบ ในระยะเวลาดำเนินงานปกติของกิจการ
หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง
ตามปกติสามารถดูหนี้สินหมุนเวียนได้จากงบการเงิน ในส่วนของงบแสดงฐานะการเงินหรืองบดุลนั่นเอง โดยหนี้สินหมุนเวียนที่เห็นกันบ่อย ๆ อาทิ
(1) เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
- เงินเบิกเกินบัญชี : เป็นสินเชื่อรูปแบบหนึ่งที่ธนาคารให้ผู้กู้สามารถเบิกเงินได้เกินกว่ายอดฝากตามวงเงินที่ได้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนดำเนินงานปกติของกิจการในแต่ละวัน
- เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน : เงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีกำหนดชำระภายใน 1 ปี
(2) เจ้าหนี้การค้า
อธิบายง่าย ๆ นี่คือหนี้ที่เกิดจากการที่เราซื้อสินค้ามาแล้วยังไม่ได้จ่ายเงิน โดยหนี้ลักษณะนี้เจ้าของกิจกรรมต้องคุยกับเจ้าหนี้ว่าจะชำระค่าสินค้าหรือบริการเมื่อไหร่ โดยมากระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
(3) ตั๋วเงินจ่าย
เป็นหนังสือสัญญาที่ระบุจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในอนาคตไว้ชัดเจน
(4) เงินปันผลค้างจ่าย
เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการประกาศว่าจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินปันผล ทำให้เงินปันผลกลายเป็นหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าหนี้
(5) เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี
การกู้ยืมเงินลักษณะนี้ถือเป็นหนี้สินระยะยาวที่มีกำหนดชำระคืนเป็นจำนวนที่แน่นอนภายใน 1 ปี อาทิ กู้ยืมเงินธนาคารมาขยายกิจการเพิ่มเติม จำนวน 560,000 บาท มีระยะเวลาผ่อนนาน 8 ปี โดยผ่อนปีละ 70,000 บาท แสดงว่า คุณต้องเตรียมเงิน 70,000 บาทไว้ชำระตามรอบบัญชี
(6) เงินมัดจำและเงินประกัน
เงินหรือหลักทรัพย์ที่ผู้ประกอบกิจการได้รับจากลูกค้าหรือพนักงานเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะปฏิบัติตามสัญญา หรือประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ผู้ประกอบกิจการต้องคืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนภายในไม่เกิน 1 ปี
เมื่อทราบกันแล้วว่า หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร มีการกู้ยืมหรือการใช้จ่ายแบบไหนบ้างที่เข้าข่ายกันไปแล้ว เชื่อว่าผู้ที่มีแผนทำธุรกิจส่วนตัวและกำลังหาแหล่งเงินทุนสำรองระยะสั้นคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้นที่เป็นผู้ช่วยยามฉุกเฉิน ยังผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดที่ช่วยเสริมสภาพคล่องการเงินส่วนบุคคลและเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจขนาดเล็กได้ดีไม่แพ้กัน
2.หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non – Current Liability)
หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non – Current Liability) หนี้สินระยะยาวที่เป็นภาระผูกพันของกิจการและมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไปตัวอย่างของรายการที่จัดเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ได้แก่ หุ้นกู้, ตั๋วเงินจ่าย, ภาษีเงินได้รอ,การตัดบัญชี, หนี้สินตามสัญญาเช่า
- เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินในการประกอบกิจการ เช่น กู้ยืมเพื่อสร้างโรงงานหรือซื้อเครื่องจักร ซึ่งมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป
- หุ้นกู้และพันธบัตร เป็นเงินกู้ยืมระยาวด้วยจุดประสงค์เดียวกับการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน แต่เจ้าหนี้คือนักลงทุน/หรือประชาชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการชำระหนี้สั้นกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร
- ตั๋วเงินจ่ายระยะยาว หรือตั๋วที่สัญญาว่าจะใช้เงินในอนาคต ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับหุ้นกู้ มีสัญญาการจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เพียงแต่ดำเนินการได้ง่ายกว่า เนื่องจากไม่ต้องนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์
- หนี้จำนอง เป็นการกู้ยืมโดยใช้ทรัพย์สินของกิจการเข้าจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินทุนมาหมุนเวียนในกิจการ
3.หนี้สินโดยประมาณ (Estimated Liabilities)
คือ หนี้สินหมุนเวียนที่ไม่อาจทราบจำนวนที่แน่นอน ณ วันสิ้นงวด หรือเรียกว่า หนี้สินโดยประมาณ ( Estimated Liabilities ) เช่น
- หนี้สินในการรับประกันสินค้าโดยประมาณ (Estimated Liability under Warranties)เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า บางบริษัทจึงมีนโยบายรับประกันสินค้าที่ขาย โดยสัญญาจะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแทนสิ่งบกพร่องของสินค้าภายในระยะเวลาที่ถึงกำหนด เช่น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับจากวันขาย ถ้าหากจำนวนเงินที่ต้องใช้จ่ายอันเกิดจากการรับประกันมีจำนวนน้อยก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากนโยบายรับประกันสินค้าที่ขายก่อให้เกิดรายจ่ายเป็นจำนวนมากแล้ว ในวันสิ้นงวดบัญชีกิจการก็จะต้องประมาณรายจ่ายอันอาจจะเกิดขึ้นจากการรับประกันนั้น
- หนี้สินค่าสมนาคุณลูกค้าโดยประมาณ ( Estimated Liability for Premiums ) เพื่อเป็นการจูงใจลูกค้าให้ซื้อสินค้าและเพื่อเป็นการสมนาคุณลูกค้า บางบริษัทอาจเสนอของแถมแก่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าของบริษัทในระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจเสนอให้สิ่งของบางอย่างถ้าหากลูกค้านำฝากล่องหรือกระดาษห่อสินค้ามาขอแลก
4.หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities)
คือหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities) เป็นภาระผูกพันที่อาจมีอยู่เนื่องจากเหตุการณ์ใน อดีต แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นภาระผูกพันในปัจจุบันจริงหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการยืนยันอีกอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ในอนาคตซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่และกิจการไม่สามารถควบคุม เหตุการณ์นั้นได้
ตัวอย่างของหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นที่สามารถกำหนดมูลค่าจำนวนหนี้ที่แน่นอนได้ เช่น การสลักหลังโอนตั๋ว การค้ำประกันหนี้ การถูกฟ้องร้องและเป็นคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา การประเมินภาษีย้อนหลังและถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
5.หนี้สินอื่น คือ (Other liabilities)
คือ หนี้สินที่ไม่อาจจัดเข้าหนี้สินประเภทใดๆได้ เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หนี้สินที่ไม่อาจเกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่สามารถนำมาใช้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการในทางบัญชีได้ จะอยู่ได้ทั้ง หนี้สินหมุนเวียน และ หนี้สินไม่หมุนเวียน








