วันเสาร์, มิถุนายน 15, 2024
หน้าแรกการเมืองเปิดผลชันสูตร บุ้ง ทะลุวัง เสียชีวิตหลังอดอาหารประท้วงในเรือนจำ

เปิดผลชันสูตร บุ้ง ทะลุวัง เสียชีวิตหลังอดอาหารประท้วงในเรือนจำ

-

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

เปิดผลชันสูตรและไทม์ไลน์ บุ้ง ทะลุวัง นักเคลื่อนไหว-นักโทษคดีการเมือง เสียชีวิตหลังอดอาหารประท้วงในเรือนจำ เกิดอะไรขึ้น ผลการชันสูตรเป็นอย่างไร

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 จากกรณี นางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 และคดีละเมิดอำนาจศาล เสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้น ขณะถูกคุมขังมาเป็นเวลา 110 วัน และมีการอดอาหารด้วยนั้น

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บุ้งได้รับการชันสูตรพลิกศพแล้ววานนี้ (14 พ.ค.) และวันนี้แพทย์นิติเวชได้ทำการชันสูตรโดยการผ่าร่างเก็บตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ (15 พ.ค.) ขณะนี้ตัวอย่างตรวจเก็บอยู่ระหว่างการส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ เมื่อได้ผลแล้วจึงจะสามารถทำรายงานสรุปสาเหตุการตายฉบับสมบูรณ์ได้ คาดใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึง 45 วัน นับจากวันนี้

ภายหลังแพทย์นิติเวชจัดทำรายงานสรุปสาเหตุการตายเสร็จแล้วจะมีกระบวนการไต่สวนสาเหตุการตายในชั้นศาลต่อไป และร่างกายของบุ้งจะถูกเคลื่อนไปยังวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนาตามกำหนดการในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.)

ราชทัณฑ์ เปิดไทม์ไลน์-รายละเอียด “บุ้ง ทะลุวัง” เสียชีวิต

มติชน รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ชั้น 2 กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยไทม์ไลน์เกี่ยวกับ บุ้ง ทะลุวัง ระบุว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับตัวมาควบคุมตัว ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง 26 ม.ค.2567 ซึ่งขณะนั้น บุ้งได้อดอาหารอยู่แล้ว ทางทัณฑสถานหญิงกลาง ได้เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด

ต่อมาวันที่ 29 ก.พ.-8 มี.ค. ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ เป็นเวลา 8 วัน จากอาการอ่อนเพลีย และส่งรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์

วันที่ 4 เม.ย. แพทย์มีหนังสือขอส่งตัวกลับมารักษาตัว เนื่องจากเห็นว่ารักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ได้ ซึ่งมีรายงานว่าได้กลับมารับประทานอาหารได้บ้าง ตามลำดับ

ทาง รพ.ราชทัณฑ์ ได้จัดให้เข้าพักในห้องรวม ซึ่งมี ทานตะวัน พักอยู่ด้วย ตรวจตลอดเวลา รู้สึกตัวดี ไม่พบน้ำตาลในเลือด

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ขณะกำลังพูดคุยกันตามปกติ บุ้งได้วูบและหมดสติไป ได้กระตุ้นหัวใจโดยทันที และส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์

นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กล่าวว่า รายละเอียดอาหารที่บุ้งเนติพรรับประทานในแต่ละวัน จะมีการบันทึกเอาไว้ ซึ่งอาจจะต้องไปดูรายละเอียดซึ่งจะมีรายละเอียดอยู่ อาหารของบุ้ง ก็จะมีอาการอ่อนเพลีย การทานอาหารทานได้ตามลำดับ เท่าที่เห็นคือ ทานข้าวต้มได้ ทานไข่เจียว เป็นต้น ซึ่งน้องค่อยๆ เริ่มทานขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ นพ.พงศ์ภัคไม่ได้ตอบถึงประเด็นที่ว่า บุ้งกลับมาทานตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ แต่ระบุว่าบุ้งเริ่มกลับมาทานตามลำดับ ขึ้นอยู่กับอาการว่าแน่นท้องหรือเปล่า อืดท้องหรือเปล่า ซึ่งจากรายงานก็มีทานเป็นระยะ หากช่วงไหนที่แน่นท้อง ก็จะทานได้น้อยลง

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต นพ.พงศ์ภัคกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ แต่หากมีผลชันสูตรออกมาน่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น ยืนยันว่าด้านสารบำรุงร่างกายต่างๆ โรงพยาบาลมีเตรียมไว้ให้ แต่ น.ส.เนติพรปฏิเสธที่จะไม่รับ

นพ.สมภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะของคนที่อดอาหารมาระยะเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระเพาะอาหารก็ดี ระบบทางเดินอาหาร จะต้องมีการค่อยๆ รับประทานอาหาร อาจจะเป็นอาหารอ่อนก่อน เหมือนกับพวกเราที่จะไปผ่าตัดเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร แพทย์ก็จะให้ทานอาหารอ่อนก่อน

การที่บุ้งได้รับอาหารคือ บางมื้ออาจจะได้นิดเดียว แต่ รพ.ราชทัณฑ์เราจัดอาหารให้ 3 มื้อ ว่าจะทานได้มากได้น้อยยังไงก็จะมีการบันทึกปริมาณไว้ เช่น อย่างยาที่เราจัดให้ จะเป็นวิตามินบำรุงเลือด เพราะเราตรวจเลือดพบว่ามีภาวะโลหิตจาง ซึ่งน้องพอเราไปตรวจก็พบว่าน้องปฏิเสธที่จะรับประทานตรงนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากบุ้งปฏิเสธทาน ทางแพทย์ได้ให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำไหม

ผู้ตรวจราชการกรมกล่าวว่า ถ้าโดยทางปกติ ถ้าสามารถรับประทานอาหารได้ และเรามีการตรวจสภาพร่างกายโดยทั่วๆ ไปของผู้ป่วย ถ้าสามารถรับประทานอาหารเองได้ จะให้ทาน ส่วนการให้สารอาหารทางน้ำและหลอดเลือด ปกติเราจะให้ในภาวะเสียน้ำอย่างรุนแรง เหมือนคนท้องเสีย หรือคนที่อยู่ในภาวะของสารน้ำที่ไม่พอ เพราะสารน้ำที่ให้ทางเลือดก็คือน้ำเกลือ ไม่ได้มีสารอาหารเช่นโปรตีน หรืออะไรอยู่ในนั้น

ทนายด่าง ชี้ไม่มีอาหารในกระเพาะ-พบรอยช้ำ

มติชน รายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ สาขานิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากที่ใช้เวลาในการผ่าชันสูตรพลิกศพร่างของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” นักกิจกรรมทางการเมือง นานเกือบ 2 ชั่วโมง

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า หลังจากได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การผ่าชันสูตร ร่วมกับแพทย์แผนกนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมเกียรติ 3 ท่าน เข้ามาช่วยกันผ่าพิสูจน์ โดยตลอดการผ่าเป็นไปตามหลักทฤษฎีและเปิดเผย ตลอดจนมีการนำเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ไปส่งตรวจที่แล็บแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติการ พร้อมทั้งได้ตรวจอวัยวะอย่างละเอียดด้วยว่า มีการกระทบกระเทือนอะไรหรือไม่

ส่วนสารคัดหลั่งและเลือด จะเอาไปส่งตรวจที่แล็บ โรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือทันสมัย โดยคาดว่าผลตรวจคร่าวๆ น่าจะออกพรุ่งนี้ ส่วนรายละเอียดเรื่องสารพิษหรือว่าเลือดมีสารมีอะไรปะปนอยู่หรือไม่นั้น ต้องรอผลจากโรงพยาบาลรามาธิบดี จึงจะรีบแจ้งทันที

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า ตลอดการผ่าศพ เราได้สอบถามแพทย์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องของ “หัวใจล้มเหลว” ซึ่งแพทย์บอกว่าต้องผ่าตัดหัวใจดู แล้วจะนำไปวิเคราะห์อีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด

เมื่อถามว่า การผ่าชันสูตรศพครั้งนี้ สามารถเห็นน้ำ นม หรืออาหารในกระเพาะอาหารหรือไม่ นายกฤษฎางค์ บอกว่า ส่วนตัวก็ได้เห็นการผ่ากระเพาะอาหาร ซึ่งจะต้องนำไปวิเคราะห์ต่อ แต่เท่าที่ดูด้วยตาเบื้องต้นไม่พบอะไรเลย โดยในรายละเอียดว่าจะอยู่ในลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็กหรือไม่ ต้องรอผลที่ชัดเจน

ขอให้รอฟังข้อสรุปจากแพทย์อีกครั้ง รวมถึงผลค่าตับกับค่าไตด้วยว่ามีสารพิษหรือไม่ ส่วนสภาพภายนอก พบว่า มีรอยช้ำเล็กน้อย อาจจะเกิดจากการหอบหิ้วหรือถูกอุ้มและซี่โครงบางซี่ ได้รับการกระเทือนจากการทำซีพีอาร์

เมื่อถามว่า ภายหลังกรมราชทัณฑ์ได้ออกมาแถลงว่าหลังจากบุ้งกลับไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก็ได้กินอาหาร คือ ข้าวต้มกับไข่เจียว มาโดยตลอดและอยู่ด้านในแบบสุขสบายนั้น นายกฤษฎางค์ บอกว่า “ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่สำคัญสำหรับผม เพราะบุ้งจะกินหรือไม่กินหรือจะอยู่แบบสุขสบาย แต่ว่าการเสียชีวิตแบบนี้ มันตายในอ้อมแขนของคุณ ซึ่งถ้าคนสุขสบายดี มันคงไม่ตายหรอก

โดยส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนหรือวิญญูชนคงรู้ว่าใครแถลงเท็จและทางกรมราชทัณฑ์เอง ก็แถลงแบบนี้ทุกครั้ง ตั้งแต่คนไม่ป่วย ก็แถลงให้ป่วย จนกระทั่งส่งออกไปรักษาข้างนอกได้ ก็อยากถามทุกคนว่าเชื่อหรือไม่ แต่เป็นผม ถ้ากรมราชทัณฑ์แถลง ผมไม่เคยเชื่อ”

เมื่อถามอีกว่าทางกรมราชทัณฑ์แถลงยืนยันว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีเครื่องไม้เครื่องมือตามมาตรฐานการแพทย์นั้น นายกฤษฎางค์ บอกว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ฟังแถลง แต่ถ้าแถลงว่าได้มาตรฐาน ก็ขอเชิญผู้ป่วยทั้งหลายไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็แล้วกัน โดยเฉพาะคนไข้ที่ได้เข้าไปพักโทษแล้วไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ

ขอให้เขากลับมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ด้วย ตัวเองไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะปัญหานี้ทำให้เกิดความข้องใจ ซึ่งจริงๆ แล้วทางกรมราชทัณฑ์ควรตอบคำถามกับประชาชนดีกว่าตัวเองไม่ไหว เลยต้องส่งกลับมาที่โรงพยาบาลธรรมเฉลิมพระเกียรติ

ส่วนเรื่องเด็กจะกินข้าวหรือไม่กินข้าว มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญตอนนี้คือเด็กตายในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในการดูแลของคุณ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า มันต้องคุยกัน ถ้าจะออกมาแถลงแบบนี้.

แหล่งที่มาประชาชาติธุรกิจ
คชสีห์นิวส์17
คชสีห์นิวส์17http://www.kochasrinews.com
บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์