วันศุกร์, มิถุนายน 5, 2026
หน้าแรกทั่วไปกระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนดูแลสุขภาพ หลังสภาพอากาศแปรปรวน และการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนดูแลสุขภาพ หลังสภาพอากาศแปรปรวน และการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

สธ. เตือน 3 โรคระบาดปี 67 “โควิด-ไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก”

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์โรคปี 2567 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังตนเอง รวมถึงหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือโรคที่จะเกิดการระบาดในปีนี้

1.โรคโควิด-19 : แม้ปัจจุบันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว และยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ต่อเนื่อง แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะมีภูมิคุ้มกัน และสามารถลดความรุนแรงเมื่อติดเชื้อ แต่ต้องเฝ้าระวังในกลุ่มเปราะบาง 608 (กลุ่มผู้สูงอายุมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรค โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน) ที่ต้องได้รับวัคซีนป้องกันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แนะนำฉีดเข็มกระตุ้นกลุ่มเสี่ยง (608) คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และประชาชนทั่วไป
  • ตรวจหาเชื้อโควิด 19 หากมีอาการสงสัยหรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ด้วยชุดตรวจ ATK และหากพบผลเป็นบวก และมีอาการรุนแรงควรรีบพบแพทย์
  • ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และเว้นระยะห่าง

2.โรคไข้หวัดใหญ่ : การระบาดจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยคาดการณ์ว่า จะพบผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่า 346,110 ราย ซึ่งไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคในระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคโควิด-19 สามารถป้องกันตัวเอง โดยสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ฉีดวัคซีนประจำปี ปีละ 1 ครั้ง แนะนำฉีดกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ โครอ้วน เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี ผู้พิการทางสมอง ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมียและภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตัวเป็นเวลา 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และสวมหน้ากากอนามัย
  • ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือและหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านหรือแออัด

3.โรคไข้เลือดออก : ในปี 66 พบผู้ติดเชื้อประมาณ 150,000 ราย คาดการณ์ว่าปี 67 จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 276,945 ราย เสียชีวิต 280 ราย และเป็นปีที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดจากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังกว่า 3 เท่าตัว โดยการระบาดจะเริ่มช่วงเดือนเมษายน และธรรมชาติของโรคนี้มักระบาด 2 ปีติดต่อกัน ดังนั้น สิ่งที่จะเน้นย้ำกับประชาชนคือ การป้องกันยุงกัด โดยสวมเสื้อผ้าแขนยาว ขายาว ใช้ทายากันยุง และหากมีอาการไข้สูงลอยควรรีบไปพบแพทย์

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ให้ผู้ป่วยทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด
  • ป้องกันยุงกัดโดยสวมเสื้อผ้าแขนยาว ขายาว ใช้ยาทากันยุง ยาจุดไล่ยุง เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด และหลีกเลี่ยงแหล่งยุงชุกชุม
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบบ้านและชุมชน โดยการคว่ำ หรือทำลายภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น แก้ว พลาสติก ขวดน้ำ ยางรถยนต์ ฯลฯ เป็นประจำทุกสัปดาห์

นอกจากนี้ จากข้อมูลกรมควบคุมโรค ได้ระบุให้ประชาชนเฝ้าระวังโรคที่มีโอกาสเกิดการระบาด และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประกอบด้วย 12 โรค ดังนี้

1. โรคมือเท้าปาก

2. โรคหัด

3. โรคฝีดาษวานร

4. โรคเมลิออยโดสิส (ไข้ดิน)

5. โรคไข้ฉี่หนู

6. โรคไข้หูดับ

7. โรคไวรัสซิกา

8. โรคชิคุนกุนยา (ไข้ปวดข้อยุงลาย)

9. โรคซิฟิลิส

10. โรคหนองใน

11. โรคเอดส์

12. โรควัณโรค

นายกฯ ห่วงใย ย้ำเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง และคอยสังเกตอาการป่วย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ห่วงใยสุขภาพเเละความเป็นอยู่ของประชาชน โดยย้ำเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง และคอยสังเกตอาการป่วยของตนเอง หากไปในสถานที่เสี่ยงให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และต้องได้รับวัคซีน ปีละ 1 เข็ม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับมือ เฝ้าระวังโรคระบาดอย่างรัดกุมด้วย เพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นของโรคระบาดหรือภัยสุขภาพ สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1422 ของกรมควบคุมโรค.

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์