จากกรณี “น้องจีน่า” เด็กหญิงวัยขวบกว่าหายตัวออกจากบ้านในหมู่บ้านกลางดอยเชียงใหม่ ทั้ง จนท.และชาวบ้านระดมกำลังหลายร้อยคนช่วยกันค้นหาข้ามวัน ทั้งในป่า ไร่สวนและแหล่งน้ำ รวมทั้งจุดที่อาจเป็นไปได้แต่ยังไร้เงา เตรียมปรับแผนปูพรมตรวจละเอียดทุกตารางนิ้วในหมู่บ้าน และสอบปากคำคนต้องสงสัย
ความคืบหน้ากรณี น้องจีน่า เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 11 เดือน หายตัวออกไปจากบ้านพัก ในพื้นที่บ้านห้วยฝักดาบ หมู่ที่ 16 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและ ล้อมรอบด้วยป่าไม้ ห่างไกลจากตัวเมือง ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ ระหว่างที่แม่ทำกับข้าวอยู่หลังบ้านและพ่อเอาขยะออกไปทิ้งใกล้หมู่บ้าน แล้วปล่อยให้น้องจีน่าเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน แล้วหายตัวไป
โดย มีเบาะแสสุดท้ายว่าเพื่อนบ้านพบเห็นน้องเดินอยู่บนถนนห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร ซึ่งตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และกู้ภัย ได้รวมกำลังกัน ทำการค้นหา ตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียงแต่ยังไม่พบตัว
ช่วงเย็นวันนี้(6ก.ย.64) รายงานข่าวแจ้งว่า จากการระดมกำลังกันทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่กู้ภัย จำนวนกว่า 200 คน รวมทั้งใช้สุนัขดมกลิ่น,โดรนบินค้นหาทางอากาศ และทีมประดาน้ำค้นหาในแหล่งน้ำรอบหมู่บ้าน ปรากฏว่าจากการ ปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้ ตามจุดต่างๆที่คาดว่าน้องจีน่า อาจจะพลัดหลงเข้าไป ทั้งในพื้นที่ป่ารอบหมู่บ้าน ไร่ข้าวโพด สวนผลไม้ และแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไร้วี่แวว ที่จะพบตัวน้องจีน่า
ทำให้ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่เตรียมปรับแผนการค้นหาเป็นการปูพรมตรวจค้นหาทุกตารางนิ้วครอบคลุมบริเวณบ้านทุกหลังในหมู่บ้าน เนื่องจากพบว่าสภาพทั่วทั้งหมู่บ้านค่อนข้างรก มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น เพราะเป็นหมู่บ้านกลางป่าและภูเขา ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่น้องจีน่าอาจจะพลัดหลงเข้าไปอยู่ในจุดลับสายตาในบริเวณใกล้เคียงหมู่บ้าน เนื่องจากยังเพิ่งอายุเพียงขวบเศษ จึงไม่น่าจะเดินไปได้ไกล
อย่างไรก็ตามยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ เช่น มีผู้พาตัวไป เป็นต้น โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบปากคำชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนเพื่อหาเบาะแสและความเป็นไปได้ต่างๆ
ทั้งนี้นายสุริยะ วงศ์ศิลารุ่ง อายุ 43 ปี พ่อของน้องจีน่า เปิดเผยว่าช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองกำลังขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อนำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีนางมาละ ปะสี อายุ 23 ปี ภรรยา ทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนน้องจีน่าเล่นกับแมวอยู่ในบริเวณบ้าน ส่วนพี่ชายอายุ 4 ขวบ เล่นอยู่ในบ้าน
เมื่อทำอาหารเสร็จแม่ได้เรียกหาน้องจีน่า แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงออกจากบ้านมาดูก็ไม่พบตัว จึงเดินตามหาในถนนหน้าบ้าน แต่ก็ไม่พบและมีเพื่อนบ้านบอกว่าพบเห็นน้องจีนาเดินอยุ่บนถนนห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร ก่อนจะหายตัวไป
เมื่อรู้ว่าลูกหายไปเป็นจังหวะที่สามีกลับมาถึงบ้านพอดี จึงพากันออกตามหาพร้อมกับแจ้งผู้นำชุมชนให้ระดมชาวบ้านช่วยกันตามหาอีกทางหนึ่ง แต่นานกว่าสองชั่วโมงก็ยังไม่พบตัว ประกอบกับฟ้าเริ่มมืดจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยค้นหา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่นับร้อยนายได้ปูพรมค้นหารอบหมู่บ้านรัศมีประมาณ `2 กิโลเมตร จนถึงตีห้าแต่ก็ไม่พบตัว จึงยุติการค้นหาชั่วคราวเพื่อวางแผนอีกครั้ง
นอกจากนี้นายสุริยะ เล่าว่า ขณะขี่จักรยานยนต์ใกล้จะถึงบ้าน พบรถยนต์กระบะสีขาวคันหนึ่ง ด้านหลังบรรทุกรถจักรยานยนต์สองคันและมีรถยนต์เก๋งสีเข้มขับตาม ขับสวนทางออกจากหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งกลับมาถึงบ้านก็พบว่าลูกหายตัวไป
ขณะที่นางสาวมาลี ปะสี อายุ 23 ปี แม่ของน้องจีน่า บอกว่า เป็นห่วงน้องมากจนไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะคิดถึงลูก ตอนนี้อะไรก็ยอมขอให้ลูกกลับมา แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตแม่ก็ยอมให้ได้ ปกติน้องจีน่าไม่เคยออกบ้านเพียงลำพังไปไหน ต้องมีพ่อแม่ไปด้วยตลอด และ เป็นเด็กที่กลัวคนแปลกหน้า จะไม่ยอมใกล้คนที่ไม่รู้จัก แม้กระทั่งเพื่อนบ้านยังไม่ยอมให้อุ้ม ตอนนี้จึงมืดแปดด้านไม่รู้ว่าหายตัวไปได้อย่างไร แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังมีความหวัง ขอให้เป็นการพลัดหลงและพบตัวโดยเร็วที่สุด
ส่วน พ.ต.อ.ณฐภณ แก้วกำเนิด ผกก.สภ.แม่แตง ระบุว่าตอนนี้กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่น้องจะหลงป่าเพราะว่าบ้านของน้องอยู่ติดกับไร่ข้าวโพดจำหน้าที่กำลังเร่งค้นหากัน การค้นหาน้องจีน่าเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า50คน ปูพรมค้นหาตัวน้องจีน่า รัศมีจากบ้านพักออกไปประมาณ500เมตร ทั้งพื้นที่บริเวณรอบๆหมู่บ้านและจุดบอดพื้นป่าเขาที่ชาวบ้านไม่ได้สามารถเดินเท้าไปได้ เจ้าหน้าที่ค้นหากันจนถึงช่วงตีสี่ก่อนจะสับเปลี่ยนกำลังกัน และได้สอบถามพ่อแม่น้องจีน่า ถึงรายละเอียดส่วนตัวพ่อแม่เด็ก มีเรื่องลึกมีอะไรกับใครหรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางในการหาตัวเด็ก
รายงานข่าวแจ้งว่าช่วงค่ำวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยุติการค้นหาทั้งหมดลงแล้วเป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน ประกอบกับสภาพพื้นที่รกชัฏ ลาดชันสูง และชาวบ้านแจ้งว่าในพื้นที่มีงูจงอางชุกชุม โดยนอกจากประเด็นเรื่องการพลัดหลงเข้าไปในป่าแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยงไม่มีการตัดประเด็นใดๆทิ้ง รวมทั้งประเด็นที่ว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่น้องจีน่าหายไปนั้น มีชาวบ้านให้ข้อมูลว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยประมาณ 5 คัน ที่เข้าออกหมู่บ้าน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่รถยนต์ดังกล่าวมีการนำตัวน้องจีน่าไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง เช่น อาจจะเฉี่ยวชนน้องแล้วต้องการปกปิด
แหล่งที่มา:ข่าวเวิร์คพอยท์23
เขียนโดย:คชสีห์นิวส์ 54 https://www.kochasrinews.com







