เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 30 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่ว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งบ้านเรือนประชาชน ไร่นา และสวน จมน้ำในหลายอำเภอ นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุ รถไฟขบวนที่ 13 รถด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ เกิดอุบัติเหตุหลุดออกจากรางวิ่ง ที่ จุด สทล.557/7-8 ระหว่างแก่งหลวง-บ้านปินมีน้ำทะลัก ทำให้ทางขาดยาว 20 เมตร และยังส่งผลให้ขบวน ดีเซล 5246 บพห.1026 บนท.ป.1138 พลิกตะแครง ตกรางทุกเพลาทุกล้อ กีดขวางการเดินรถ ขบวน 13 ตกรางระหว่างแก่งหลวง –บ้านปิน มีรถจักรดีเซล 5246 และรถพ่วง 2 คัน (บพห.1026 และ บนท.ป.1138) ตกรางอีกด้วย
สำหรับการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว จะใช้ขบวนรถพิเศษช่วยอันตรายจากอุตรดิตถ์ ทำการยกเบื้องต้นเพื่อซ่อมแซมทาง รางรถให้สามารถเดินรถได้ตามปกติ โดยกระแสน้ำที่เข้าร่วมรางจนเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้สูงถึง 30 เซนติเมตร ทำให้รางเกิดทรุดและเกิดเหตุดังกล่าว จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีการเปลี่ยนแผนการเดินรถ และแจ้งประชาสัมพันธ์ ดังนี้ ขบวน 13 ใช้ดีเซลของขบวน 112 ลากจูงรถพ่วงขบวน 13 ที่ไม่ตกราง กลับเด่นชัยจากนั้นขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากเด่นชัย-เชียงใหม่ขบวน 51 ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากเด่นชัย-เชียงใหม่ขบวน 102 งดเดิน จากเชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ขบวน 8 งดเดิน จากเชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ ขณะนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยและ เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเด่นชัย บ้านปิน กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข และระดมการซ่อมทางเพื่อให้สมารถใช้ได้ตามปกติ ขณะที่ฝนได้หยุดตกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนนั้น เป็นไปด้วยความล่าช้า ต้องอาศัยกฎระเบียบทางราชการ ซึ่งตามความเป็นจริงต้องเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นสำหรับประชาชนที่ประสบภัย เพื่อการแก้ปัญหา
ขณะที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำเข้าท่วมหลายอำเภอในจังหวัดแพร่ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ของวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความช่วยเหลืออะไรมากนัก ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือไปทางนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีช่วยได้สั่งการมายัง ปภ.จังหวัดทันที แต่ทาง ปภ.จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะจะประกาศภัยพิบัติต้องรอวันจันทร์ ตนเห็นว่ารอไม่ได้แล้ว จึงต้องโทรศัพท์ไปหาปลัดกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดฯ ได้โทรศัพท์มาสั่งการ ปภ.จังหวัดอีกรอบหนึ่ง จนถึงเวลา 19.30 น. จึงจะออกประกาศ และจะช่วยเพียง 2 ตำบล ในพื้นที่จังหวัดแพร่ คือการแจกถุงยังชีพ ตำบลป่าสักประมาณ 90 ชุด และตำบลสรอยประมาณ 70 ชุดเท่านั้น 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าสำหรับการช่วยเหลือ ถ้ายังรอกฎระเบียบของทางราชการ ในการให้ความช่วยเหลือวันจันทร์ประชาชนคงลำบาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลวามเสียหายในวงกว้าง ถึงแม้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ ที่ฝนยงคงตกปรอยๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ฝนที่ตกลงมายังส่งผลให้ลำน้ำสาขา ของแม่น้ำยม มีระดับสูงขึ้นและไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้ลำน้ำสาขา ก่อนที่จะรอให้ระดับน้ำลดลงโดยไหลไปลงสู่แม่น้ำยม ถ้าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีก ความคืบหนา จะรายงานต่อไป







