เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 เจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้เข้าตรวจค้นร้านค้าที่ได้ลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสารเถื่อน และเครื่องดักฟัง เครื่องติดตามตัว (GPS Tracker) โดยยึดของกลางกว่า 213 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

สำนักงาน กสทช. โดย “หน่วยพระพาย” ได้เข้าตรวจค้นร้านค้าที่ได้ลักลอบจำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคม บริเวณอำเภอบางละมุง และบริเวณถนนสุขุมวิท อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยพบนาย A และนาย B (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน ผู้ดูแลภายในร้านและเป็นผู้นำตรวจค้น โดยผลการตรวจค้นพบ เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท วิทยุสื่อสาร ประเภท วิทยุสื่อสารชนิดติดตั้งประจำที่ และประเภท เครื่องดักฟัง เครื่องติดตามตัว (GPS Tracker) รวมกว่า 213 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท สอบถามนาย A และนาย B แล้ว ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้จัดจำหน่ายวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง โดยเครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้จำหน่ายเป็นเครื่องที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน (Type Approval Test)/เครื่องเถื่อน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ได้กระทำความผิดในข้อหา “มี และ ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้ รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ และ สภ.ศรีราชา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายตามลำดับต่อไป

ทั้งนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่า สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมและวิทยุคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ด้วยวิธีการตรวจสอบทุกรูปแบบ แต่ก็ยังคงมีประชาชนหรือบุคคลทั่วไป ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งผู้จำหน่ายและผู้ใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคม ที่ขาดความรู้ความเข้าใจว่า อะไรเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต หรืออะไรเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจำหน่ายหรือใช้งาน ตามที่กฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมกำหนดไว้ ซึ่งประชาชนผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน กสทช. Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 1200 (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) เนื่องจากสำนักงานฯ เห็นว่าหากประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ก็จะได้ไม่ต้องกระความทำผิด ตามกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
โทษตาม พรบ.วิทยุโทรคมนาคม
โทษตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535
ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มีความผิดและระวางโทษในกรณีต่อไปนี้
1. ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
2. กระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมในเรือหรือสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
3. รับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสี่หมืนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
4. ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
5.ไม่ใช้ความถี่วิทยุ ตามที่อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
6. จงใจทำให้เกิดการรบกวน หรือขัดขวางต่อการวิทยุคมนาคม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
7. ส่งหรือจัดส่งข้อความใดๆ โดยวิทยุคมนาคมอันตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จหรือข้อความอื่นใดที่มิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
8. ดำเนินบริการวิทยุคมนาคมเพื่อประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือนอกเหนือจากราชการของกฎกระทรวง ทบวง กรม หรือกิจการ ของนิติบุคคลตามมาตรา 5 มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสี่หมืนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
9. ดักรับไว้ใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งข่าววิทยุคมนาคมที่มิได้มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธาณะหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสี่หมืนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
10. กระทำให้เกิดการรบกวน หรือขัดขวางต่อการวิทยุคมนาคมโดยมิได้เจตนา ซึ่งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ระงับ การกระทำนั้นหรือให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ใช้ในการกระทำนั้นเสียหรือให้ ย้ายสิ่งดังกล่าวนั้นออกไปให้พ้นเขตรบกวนได้ แต่ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสี่หมืนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำทั้งปรับ








