วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.20 นาฬิกา ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “ผู้ไกล่เกลี่ย : ปัจจัยแห่งความสำเร็จตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562” โดยมี พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานเปิด พลตำรวจโท สมบัติ มิลินทจินดา เลขานุการคณะกรรมาธิการ กล่าวรายงาน และมีสมาชิกวุฒิสภา ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ทั้งนี้ คุณปรีชา วัชระนัย (เอมหาชัย) อุปนายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย), เลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนออนไลน์, ผู้จัดการ มูลนิธิบรรเทาภัยศิรินทร์ สำนักงานใหญ่,ผู้อำนวยการศูนย์วิทยุคชสีห์,ประธานสมาพันธ์คชสีห์ตอบโต้ภัยพิบัติ (ภาคการสื่อสาร) ประเทศไทย ในฐานะ รองประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ ประจำสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ได้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง “ผู้ไกล่เกลี่ย : ปัจจัยแห่งความสำเร็จตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562” ซึ่งมีบทสรุปคราวๆ ดังต่อไปนี้
พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีข้อพิพาททางแพ่งและทางอาญาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างกัน คู่พิพาทต่างต้องการได้รับความยุติธรรม การไกล่เกลี่ยเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทรูปแบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการระงับข้อพิพาททางเลือกเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้คู่พิพาทได้พูดคุยกัน เพื่อหาแนวทางระงับข้อพิพาทที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ โดยมีคนกลางทำหน้าที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้คู่พิพาทได้มีโอกาสพูดคุยเสนอทางออกร่วมกัน นำไปสู่การแก้ไขข้อพิพาทด้วยความพึงพอใจของคู่พิพาท พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ถือเป็นกฎหมายกลางเพื่อให้หน่วยงานของรัฐ พนักงานสอบสวน หรือศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนใช้ในการยุติหรือระงับข้อพิพาท โดยคำนึงถึงความยินยอมของคู่กรณีเป็นสำคัญ ซึ่งหากการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎหมายฉบับนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยทำให้ปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลลดน้อยลง ลดปัญหาความขัดแย้ง เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม ลดงบประมาณแผ่นดิน และเสริมสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ซึ่งการไกล่เกลี่ยเป็นการค้นหาความพอใจของคู่ความว่าจะยุติข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นในอนาคตให้เสร็จไปด้วยวิธีการใดอย่างไร โดยผู้ไกล่เกลี่ยจะไม่ชี้ผลคดีออกมาว่าคู่ความฝ่ายใดถูกหรือคู่ความฝ่ายใดผิด หรือค่าเสียหายที่แท้จริงนั้นเป็นเท่าใด การไกล่เกลี่ยมีจุดมุ่งหมายสุดท้ายคือ คู่ความตกลงกันได้ ดังนั้น หน้าที่หลักของผู้ไกล่เกลี่ยคือเป็นสื่อให้คู่ความได้ติดต่อเจรจากัน ช่วยให้คู่ความได้เข้าใจถึงสิ่งที่ตนต้องการและสิทธิที่ตนจะพึงได้รับ รวมทั้งช่วยชี้แนะทางแก้ไขปัญหากับช่วยกำหนดทางเลือกที่นำไปสู่ข้อตกลง การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จะสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ ผู้ไกล่เกลี่ยจึงถือเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่เป็นหัวใจของกฎหมาย











