วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม"หิ้ว 6ตำรวจ" ห้วยขวาง ฝากขัง

“หิ้ว 6ตำรวจ” ห้วยขวาง ฝากขัง

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยวันที่ 2 ก.พ.2566 เวลาประมาณ 10.00 น. คณะพนักงานสอบสวน ตามคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ 29/2566 ลงวันที่ 30 ม.ค. 2566 แจ้งข้อกล่าวหาตำรวจ สน.ห้วยขวาง ทั้ง 6 นาย คือ ร.ต.อ.ยอดฤทธิ์ , ร.ต.อ.ปฏิภาณ , ด.ต.กฤษฎา , ​ส.ต.อ.เฉลิมชัย , ส.ต.อ.วัชรนนท์​ และ ส.ต.อ.นันทวัชร์ โดยกล่าวหาว่า “ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ” อันเป็นความผิดตามมาตรา 149 , 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งตำรวจทั้ง 6 นาย รับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว ณ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยในชั้นสอบสวน ตำรวจผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 นาย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

โดยทางคณะพนักงานสอบสวน สอบปากคำตำรวจผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 นาย จากนั้นควบคุมตัวนำส่งศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป.

คณะพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง จำนวน 6 นาย ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอให้ศาลออกหมายขังและฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1

ตามคำร้อง ระบุว่า วันที่ 5 มกราคม 2566 เวลา 00.01 น. เจ้าพนักงานตำรวจทั้งหกนายที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าสถานทูตจีนประจำประเทศไทย แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.27 น. มีนายสกาย สัญชาติสิงคโปร์ กับพวกรวม 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน โดยสารรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าสีแดง คันหมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหากับพวกตั้งด่านอยู่ มีสิบตำรวจเอก ล. ผู้ต้องหาที่ 5 เป็นผู้คัดรถยนต์เข้ามาให้สิบตำรวจเอก ว. ผู้ต้องหาที่ 6 ตรวจค้นบุคคลในรถ

ผู้ต้องหาทั้งหกเชิญนายสกาย ลงจากรถเพื่อค้นตัว สิบตำรวจเอก น.ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ค้นตัว ส่วนเพื่อนของนายสกาย อีก 2 คน ถูกกลุ่มผู้ต้องหาค้นตัว การตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 3 อัน

สิบตำรวจเอก น.ผู้ต้องหาที่ 3 กับร้อยตำรวจเอก ป. ผู้ต้องหาที่ 2 พูดคุยสอบถาม เพื่อขอดูหนังสือเดินทางและวีซ่าจากนายสกาย กับพวก ขณะนั้นนายสกาย กับพวก ไม่ได้พกหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย มีเพียงภาพถ่ายหนังสือเดินทางในโทรศัพท์มือถือ สิบตำรวจเอก น. ผู้ต้องหาที่ 3 กับร้อยตำรวจเอก ป. ผู้ต้องหาที่ 2 พยายามพูดจาข่มขู่ นายสกาย กับพวก ว่ากระทำความผิดโดยครอบครองบุหรี่ไฟฟ้ากับไม่พกหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่า อ้างว่าจะพาไปสถานีตำรวจทั้งที่ไม่มีเจตนาที่ จะพาไปจริงกลับข่มขู่ให้นายสกาย กับพวก เกิดความกลัว

จนกระทั่งสิบตำรวจเอก น.ผู้ต้องหาที่ 3 กับร้อยตำรวจเอก ป.ผู้ต้องหาที่ 2 ปรึกษาและตกลงกันเรียกเงินจากนายสกาย กับพวก เป็นเงิน 27,000 บาท แบ่งเป็น ค่าที่พกบุหรี่ไฟฟ้าอันละ 8,000 บาท ทั้งหมด 3 อัน และค่าไม่พกหนังสือเดินทางอีก 3,000 บาท

นายสกาย ยืนยันว่า ตนกับพวกไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะบุหรี่ไฟฟ้าที่ตนกับพวกซื้อจากร้านที่วางขายของย่านห้วยขวางไม่ผิดกฎหมาย แต่ด้วยความกลัวและเกรงว่าจะเสียเวลานายสกาย และ นางสาวอันชิง ชาวไต้หวันจะเดินทางกลับต่างประเทศในคืนวันเกิดเหตุ จึงจำยอมจ่ายเงินจำนวน 27,000 บาท ให้กับสิบตำรวจเอก น. ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้รับเงินใส่ในกระเป๋าเสื้อนอก นายสกาย กับพวก ถามสิบตำรวจเอก ป.ว่าตนกลับได้หรือไม่ สิบตำรวจเอก น.ผู้ต้องหาที่ 3 บอกว่า ต้องสอบถามร้อยตำรวจเอก ป. ผู้ต้องหาที่ 2 ก่อน ผู้ต้องหาที่ 3 และผู้ต้องหาที่ 2 เดินมายังนายสกาย กับพวก พร้อมยื่นบุหรี่ไฟฟ้าที่ยึดไว้ในตอนแรกให้นายสกาย กับพวกถือไว้คนละอัน โดยร้อยตำรวจเอก ป. ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้สั่งให้สิบตำรวจเอก น. ผู้ต้องหาที่ 3 ใช้ไฟฉายส่อง

ขณะสิบตำรวจเอก น. ผู้ต้องหาที่ 3 ถ่ายรูปเพื่อให้แสงสว่างในการถ่าย จากนั้นร้อยตำรวจเอก ป.ผู้ต้องหาที่ 2 ก็อนุญาตให้นายสกาย กับพวกกลับไปได้ ภายหลังสิบตำรวจเอก น. ผู้ต้องหาที่ 3 นำเงิน 27,000 บาท ที่ได้รับจากนายสกาย มอบให้กับร้อยตำรวจเอก ย. ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดที่นั่งในรถที่จอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุรับเงินจำนวนดังกล่าวแล้วนำไปแบ่งในกลุ่มผู้ต้องหาด้วยกัน

ผู้ต้องหาทั้งหกเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 คณะพนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหก ซึ่งปรากฎต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าหนักงานร่วมกัน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย เหตุเกิดบริเวณถนนรัชดาภิเษกหน้าสถานทูตจีนประจำประเทศไทย

พนักงานสอบสวนขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งหก มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 กุมภาพันธ์ 2566 และขอคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่า จะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง.

ขอบคุณ เพจดาวแปดแฉก FB.

คชสีห์นิวส์ 3
คชสีห์นิวส์ 3https://www.kochasrinews.com/
ผู้อำนวยการใหญ่

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์