วันนี้ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 และมาตรการป้องกันปราบปรามฯ ติดตามความพร้อมรองรับการจัดงานเทศกาลปีใหม่ฯ ณ ศปก.ตร.
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า “ 1.ข้อมูลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 รายงานสภาพการจราจรเป็นไปด้วยความคล่องตัว การจราจรยังไม่หนาแน่น คาดว่าในช่วงเย็นและช่วงค่ำ จะมีประชาชนเดินทางออกมาจับจ่าย ใช้สอย ท่องเที่ยวและร่วมงานเทศกาลปีใหม่อย่างหนาแน่น โดยได้เตรียมพร้อมรองรับการปฏิบัติในพื้นที่ไว้แล้ว

สำหรับสถิติอุบัติเหตุ ตั้งแต่วันที่ 29 – 30 ธันวาคม 2565 จำนวน 2 วัน โดยเปรียบเทียบจากเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 และค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี เกิดขึ้น 715 ครั้ง ลดลงร้อยละ 10 – 20 เสียชีวิต จำนวน 85 ราย ลดลงร้อยละ 7 – 24 บาดเจ็บ จำนวน 714 ราย ลดลงร้อยละ 9 – 22
อุบัติเหตุขนาดใหญ่ มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายรายเกิดขึ้นในพื้นที่ จว.ปทุมธานี (เสียชีวิต 4 บาดเจ็บ 1) จว.อุบลราชธานี (เสียชีวิต 2) จว.ร้อยเอ็ด (เสียชีวิต 2) จว.สุพรรณบุรี (บาดเจ็บ
จว.ชุมพร (บาดเจ็บ 6) และ จว.ยะลา (บาดเจ็บ 4)
สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 38 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20
โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในถนนทางหลวง รองมาคือถนนในหมู่บ้าน/ท้องถิ่น เทศบาลและทางหลวงชนบท โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ รถกระบะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูง จะเป็นห้วงเวลา 17.00-20.00 น. พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจให้เสียชีวิต ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก
1. ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (40,751) 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย (37,304) 3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (13,169) ภาพรวมการจราจรและการลดอุบัติเหตุเป็นไปด้วยดี ลดลงได้กว่าค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนได้มีการปรับเปลี่ยนการเดินทางโดยเดินทางออกจาก กทม. ปริมาณรถสูงสุดในวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ห้วงวันที่ 30 – 31 ธันวาคม 2565 สภาพการจราจรคล่องตัว และคาดการณ์ว่าจะเดินทางกลับในห้วงวันที่ 1 – 2 มกราคม 2566 โดยมีปริมาณรถที่ออกเดินทางจาก กทม. ประมาณสามล้านคัน
2.การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในห้วงเทศกาลปีใหม่
2.1 มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงวันที่ 20 – 29 ธันวาคม 2565 อาชญากรรมทั่วไป การพนัน ยาเสพติด อาวุธปืน คนเข้าเมือง สถานบริการ และบุคคลตามหมายจับ จำนวน 39,986 ราย ผู้ต้องหา 41,005 คน อาชญากรรมออนไลน์ (หลอกลวงทางออนไลน์ ข่าวปลอม การล่วงละเมิดต่อทางเพศ พนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ) จำนวน 3,368 ราย ผู้ต้องหา 3,327 คน
2.2 โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0) วันที่ 26 – 30 ธันวาคม 2565 จำนวน 6,355 หลัง ส่งคืนแล้ว 34 หลัง คงเหลือ 6,321 หลัง โดยพื้นที่ฝากบ้านสูงสุดในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 2 ภาค 4 และภาค 3 ตามลำดับ
3. การรักษาความปลอดภัยสถานที่จัดงานเทศกาลปีใหม่ ได้กำหนดมาตรการในพื้นที่จัดงานทั้งทางบก ทางน้ำ และการบริหารจัดการเหตุในพื้นที่ โดยกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร การเผชิญเหตุฉุกเฉินและเหตุทางการแพทย์ นำบทเรียนจากสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้สถานบันเทิงที่เกาหลีใต้ ฯลฯ มาปรับแผนและการบริหารจัดการเหตุ ตลอดจนนำกำลังพลตำรวจ เครื่องมือและยานพาหนะ มาปรับใช้ตามมาตรการฯ
– กทม. เซ็นทรัลเวริด์ (60,000 – 100,000 คน) ไอคอนสยาม (1,500 – 3,000 คน) เอเชียทีค (1,500 – 7,000 คน) และวัดยานนาวา
– สมุทรปราการ เมกาบางนาเซ็นทรัลเวสเกต บางใหญ่ (500 คน)
– แสนสุข พัทยา (10,000 – 20,000 คน)
– โคราช เดอะมอลล์ เซ็นทรัล บุรีรัมย์ สนามช้างอารีน่า
– พิษณุโลก เชียงใหม่ และในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า “ในวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์ รับฟังแผนหรือมาตรการต่างๆ สรุปผล การดำเนินการ ตลอดจน ร่วมกันประชุม หารือ แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้กำชับให้พื้นที่มีการเกิดอุบัติเหตุปรับแผนและลงพื้นที่แก้ไขปัญหา ดำรงการจราจรและลดอุบัติเหตุปีใหม่ กวดขันวินัยจราจร ดื่มแอลกอฮอล์ ขับรถเร็ว แสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขัน เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา ด่านตรวจถาวร/มั่นคง การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด สถานที่จัดงานจะต้องไม่แออัด บริหารจัดการพื้นที่ให้เส้นทางการระงับเหตุ เส้นทางการบริการ หรือเหตุฉุกเฉิน แสดงกำลังกวดขันสถานบริการ การเล่นพลุและดอกไม้เพลิง การยิงปืนขึ้นฟ้าและการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่ประชาชนจำนวนมากหรือสถานที่สำคัญ
ขอขอบคุณประชาชน ทุกภาคส่วน และข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนช่วงห้วงเทศกาลปีใหม่นี้”








