กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ชวนหัวไม่น้อยสำหรับทวิตเตอร์ เนื่องจากมีรายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่า ทวิตเตอร์ได้ติดต่อไปยังพนักงานบางส่วนที่ไล่ออกไปก่อนหน้านี้ ให้กลับมาทำงานกับบริษัทอีกครั้งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า กระบวนการปลดคนงานเป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ
รายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า ภายหลังอีลอน มัสก์ เข้าครอบครองอาณาจักรของทวิตเตอร์ ส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างพนักงานไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3,700 คน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการปลดคนงานออกจากตำแหน่งก็มีข่าวว่า ทวิตเตอร์ได้ติดต่อกลับไปยังพนักงานบางส่วน เพื่อชักชวนให้กลับมาทำงานกับทวิตเตอร์อีกครั้งหนึ่ง โดยอ้างว่า กระบวนการปลดคนงานออกมาจากความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ยังระบุว่าพนักงานเหล่านี้ มีความสำคัญต่อการสร้างแพลตฟอร์มตามแนวทางของเจ้าของใหม่อย่างอีลอน มัสก์
จากประเด็นข้างต้น ทวิตเตอร์ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านการสื่อสารให้กับทวิตเตอร์อาจถูกเลิกจ้างไปแล้ว
การเลิกจ้างพนักงานของทวิตเตอร์เกิดขึ้นในหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็นแผนกที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน, แผนกที่ทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์, การโฆษณาและการตลาด, แผนกด้านวิศวกรรม รวมถึงแผนกที่ทำหน้าที่สื่อสาร เป็นต้น
พร้อมกันนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีอดีตพนักงานทวิตเตอร์ได้ฟ้องอดีตบริษัทของพวกเขาแบบกลุ่ม เนื่องจากไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าที่ดีพอก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะถูกไล่ออกจากบริษัท ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งนี้ บริษัทต้องแจ้งแก่พนักงานล่วงหน้าเป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่จะมีการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก







