“วัดร้างหนองเตา” #วัดเก่าแก่นับร้อยปี#ตำนานเล่าขานเรื่องราวลี้ลับที่น่าค้นหาเกี่ยวกับ_พญานาค ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ ตอนนี้มีพระสงฆ์ช่วยกันพัฒนา เพื่อให้กลับมาเป็นวัดที่ พระสงฆ์ใช้ปฏิบัติธรรม ทุกรูปทำด้วยใจ แต่ยังต้องใช้เวลา และเงินพอสมควร ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ วัดที่ผมตั้งใจว่าจะต้องไปพัฒนาและให้เป็นแหล่งปฎิบัติธรรมของพระสงฆ์ต่อไป
เรื่องลึกลับ ที่กล่าวขานกันมานาน คนจอมทองและทั่วไปต้องรับรู้ถึงอาถรรพ์ของปริศนาที่เก็บไว้มานาน
วัดร้างหนองเตา ด้านล่างดอยโมคคัลลาน บ้านเชิงดอย ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
“กล๋องวัดหลวง….ขะปวงโย้งซัด
กล๋องน้ำลัด………ดังก้องภูเขา
นาควัดหนองเตา..อยู่ปอบ่ได้”
จากภาษิต ผู้เฒ่าผู้แก่คนจอมทอง บทนี้ เป็นหลักฐานความเชื่อ ที่ยืนยันการมีตัวตนของ “นาค” ซึ่งคนโบราณ (คนเหนือบางแห่ง) เรียก “พญานาค” ว่า “เงือก”
#เพิ่มเติม ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับวัดร้างหนองเตา
เรื่องราวลี้ลับ “วัดร้างหนองเตา” วัดเก่าแก่นับร้อยปี ตำนานเล่าขานที่น่าค้นหา
เรื่องลึกลับ ที่กล่าวขานกันมานาน คนจอมทองและทั่วไปต้องรับรู้ถึงอาถรรพ์ของปริศนาที่เก็บไว้มานาน ขออนุญาตนำเรื่องราวของ “คุณบัณฑิต อ่อนพรหม” มาถ่ายทอดครับ
วัดร้างหนองเตา ด้านล่างดอยโมคคัลลาน บ้านเชิงดอย ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
“กล๋องวัดหลวง….ขะปวงโย้งซัด
กล๋องน้ำลัด………ดังก้องภูเขา
นาควัดหนองเตา..อยู่ปอบ่ได้”
จากภาษิต ผู้เฒ่าผู้แก่คนจอมทอง บทนี้ เป็นหลักฐานความเชื่อ ที่ยืนยันการมีตัวตนของ “นาค” ซึ่งคนโบราณ (คนเหนือบางแห่ง) เรียก “พญานาค” ว่า “เงือก”ต่อจากนี้ผมขอใช้คำว่า “เงือก” ไปเลยนะครับ
แล้วขอเล่าเรื่อง “เงือก” แห่ง “วัดหนองเตา (ร้าง)” ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ บริเวณเชิงดอยโมคคัลลาน ข้างล่างถนน ๔ เลน ด้านทิศตะวันออก (อยู่ติดริมน้ำแม่กลางที่จะไปสบกับแม่น้ำปิงที่หมู่บ้านพุทธนิมิตร {ห้วยอี่ลิง , ผาผั๊วะ})
ผมเองเคยได้ฟังเรื่องราวของ “เงือก” จาก ปู่ ย่า ว่า “เงือกๆ” นี้มันชอบอยู่หนอง อ่าง หรือ แม่น้ำฯ มันชอบกระโดดเล่นน้ำ และสังเกตถ้ามีสีแดงที่หงอน (ท้ายทอย) นั้นแหละคือ ผีเงือก ถ้ากำลังหาปลาฯ ก็ให้รับขึ้นกลับกลับบ้านซะ ประมาณว่า เป็นการเตือนถ้าไม่ฟัง ยังขึ้นหาปลาหรือ ทำอะไรเกี่ยวกับน้ำอยู่จะต้องมีอันตราย แน่ๆนี้เป็นความเชื่อที่ปู่ย่า มักเล่าให้ฟังตอนผมเด็ก จวบจนบัดนี้ก็ยังอยากจะเห็นตัวสิ่งที่เรียกว่า “เงือก” สักครั้งหนึ่ง
จนเมื่อวาน ผมนั่งรถเมล์กลับจาก งานใส่ขันดอกอินทขิลฯ ที่วัดเจดีย์หลวงฯ ขากลับผมได้นั่งรถเมล์ได้คุยเรื่อง “ผีเงือก” กับ พรานปลา บ้านวังปาน ท่านหนึ่งท่านได้เล่าเรื่อง “เงือก”
แห่งวัดร้างหนองเตา ให้ผมฟัง ผมขอจึงอนุญาตขอนำเรื่อง “เงือก” ที่ พรานปลา ท่านนั้นเล่าให้ผมฟัง มาเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังย่อดังนี้
“ไม่กี่ปีที่ผ่านมาทาง (ไม่ขอบอกนะครับ) ได้มีการเปิดประมูลหนองเตา (อยู่ติดวัดร้างหนองเตาทางทิศใต้ซึ่งคงเป็นพื้นที่วัดฯ ธรณีสงฆ์) โดยให้พรานปลาได้ประมูลบ่อ (หนองเตา) เพื่อหาปลา จนได้ราคาสูงสุด ซึ่งพรานปลาหลายๆคนลงขันกัน ประมาณเกือบ ๓ หมื่นบาท หนึ่งในนั้นคือ คุณลุงพรานปลา ที่เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง
แกบอกว่าก่อนเปิดประมูล และ ให้ลงจบปลา นั้นมีการบวงสรวงฯ เเละ ให้อาชญาเจ้าแผ่นดินฯ ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนที่จะเริ่มลงหนองนั้น พวกคนหาปลาทั้งหมดนั้นก็ร่วมกันบนบานว่า “ขอเจ้าที่ผู้เป็นใหญ่ในวัดนี้หนองนี้ จงอนุญาต เเละให้ปลาโดยตกลงว่าเมื่อได้เอาปลาออกจากหนองนี้แล้วฯ จะพลีด้วยหมู ๑ ตัว” เสร็จแล้วจึงเเบ่ง ๒ กลุ่มใหญ่คือ คนกลุ่มหนึ่งอยู่บนเเพหน้าที่ทอดเเห คนอีกกลุ่มนี้ต้องไล่ปลาจากพุ่มหญ้าเเละซอกหินผาริมหนองฯ คนที่ลงไปไล่ปลานั้นว่าน้ำก็เย็นมากๆ แล้ว แถมยังลึกอีกด้วย ต้องเอาสำลีอุดหู เเละ จมูกด้วย ขณะที่ดำน้ำเพื่อไล่ปลาให้ออกจากพุ่มหญ้าและซอกผาซึ่งแหเขาไม่ถึงนั้น พวกเขาได้พบ “วัง” ถ้ำที่อยู่ไต้พื้นน้ำในหนองเตามีความกว้างประมาณวา ๑ มีความลึกเข้าไปอีกฯ
เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงมั่นใจในสิ่งที่ผู้เถ้าผู้คนแก่ท่านเล่าว่า “หนองเตา” นี้มี “ผีเงือก” และ “วัง” นี้คงเป็นที่ไปสู่ที่อยู่เงือกเป็นแน่ แต่เนื่องด้วยว่าน้ำเย็น และมีความลึก จึงไม่เข้าใกล้มากนักและด้วยความกลัวที่จะเกิดอันตรายก็มีส่วนฯ ด้วยจึงหลีกห่างไปที่อื่นฯ เมื่อขึ้นบกแล้ว จึงเอาสำลีที่อุดหู อุดจมูกออก ปรากฏมีเลือดปนมา ซึ่งเป็นไปได้ว่าบรรยากาศในน้ำนั้นมีความเย็น และมีความกดดันอากาศสูง หรือจะอาจเป็นการเตือนไม่ให้ไปลุกล้ำในเขตนั้นก็เป็นได้
แกยังเล่าอีกว่า ดอยโมคคัลลาน ลูกนี้พื้นใต้ดอยนี้มีถ้ำอยู่ เมื่อก่อนทางเข้าคงจะมีอีกที่หนึ่งแต่คงถูกปิดไปแล้ว แต่ทางที่จะเข้าไปในนั้นได้อีกทางหนึ่งก็คือทาง “วัง” (ถ้ำ) ใต้น้ำหนองเตานี้เอง
แกยังพูดเล่า อีกว่าเมื่อก่อนนั้นวัดหนองเตา นี้มีพระเณร อยู่แต่ภายหลัง (คิดว่าอาจจะสมัยหลวงปู่แก้วพระสหายหลวงปู่แหวน) ได้ย้ายไปตั้งวัดที่บนยอดดอย นั้นก็คือ วัดดอยโมคคัลลาน (เก่า) ไม่ใช่ที่มีพระนอนใหญ่ๆ นั้นนะครับ จึงเป็นเหตุให้เทวดาอารักษ์เสื้อวัดที่คุ้มครองรักษาวัดนั้นไม่ได้กุศลผลบูญ อดอยากเพราะไม่มีใครอุทิศไปให้ ไม่มีพระเณรแผ่เมตตาให้ ทำให้ เงือก ที่อยู่หนองเตานั้นชอบทำร้ายคน ที่ผ่านไปมานั้น
และไม่เพียงแต่เงือก บางทีเสื้อวัดหรือที่คนเหนือเรียก “ผีกะยักษ์” ก็ทำร้ายผู้คนด้วย โดยเฉพาะ เด็กๆ ดังนั้นผู้ใหญ่จะห้ามเข้าไปยุ่งไปใกล้เลยทีเดียว
เมื่อครั้งอดีตผู้เฒ่าผู้เเก่ เมื่อถึง เดือนเก้าเป็ง ต้องเดินเท้าเพื่อไปสรงน้ำพระธาตุจอมทอง จำต้องเดินผ่านวัดหนองเตานี้ด้วย มักเห็น เงือกหงอนเเดงๆ กระโดดเล่นน้ำ ซึ่งอาจบ่องบอกว่าให้รีบเดินๆ (ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่)”
นี้ละครับเรื่องราวของ “เงือก” หรือ “ผีเงือก” ที่อยู่หนองในวัดหนองเตา ที่ผมได้ฟัง ฐานะผมเองก็เป็นคนที่อายุหนุ่มน้อยและเกิดมาก็ไม่เคยเห็นเลย ก็ฟังเอาประดับสติปัญญาในเชิง คติความเชื่อฯท้องถิ่นพื้นบ้าน แต่ถ้าถามผมว่า แล้วทำไมไม่ลองไปพิสูจน์?.. ผมเองก็ไม่เอาหรอกนะครับ บอกตรงๆผมกลัว
นำเรียนผู้อ่านสักเล็กน้อยว่า.เรื่องที่ผมเขียนเล่าบรรยายนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการอ่าน เพราะผมเขียนมาจากคำพูด ผมไม่ได้สัมผัสเหตุการณ์จริง หรือ รู้เห็นมากลับตานะครับ ส่วนท่านใดจะเชื่อหรือไม่นั้น เป็นสิทธิของท่านจริง ใจจริงผมอยากให้ผู้อ่าน อ่านเป็นไปในเชิง ของ “งานเขียน เช่น นิยายฯ” มากกว่า “ตำนาน” เพราะจะทำให้ผู้อ่านได้ติชม ในการเขียนผม เพื่อให้ผมได้ปรับปรุงตัวเองต่อไป
ท้ายที่ขอขอบคุณ พระมหาประเสริฐ สิริปุญโญ วัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ที่มอบ “ภาษิตฯ” บทข้างต้นให้ผม และขอขอบคุณ คุณลุงพรานปลานิรนาม บ้านวังปาน ผู้เล่าเรื่องราวฯให้ผมฟังและเป็นเรื่องที่ผม นำมาเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังครั้งนี้


















