“ทีมบิ๊กโจ๊ก-ตำรวจภูธรเชียงราย” เดินหน้าเชือด ตร.นอกรีต..เอี่ยวรับสินบนปล่อย 6 สาวไทยถูกหลอกทำงานในเมียนมาออกนอกราชอาณาจักร หวิดถูกบังคับค้ากามคาสถานบันเทิงเขตว้า เบื้องต้นสอบพบ “ร.ต.อ.” นำทีมไล่สกัด-จับตรวจแล้วให้พลเรือนในทีมรีดเงินก่อนปล่อยให้เดินผ่านช่องทางธรรมชาติ
กรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ชร. พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต ตร. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ภ.จว.เชียงราย ฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย หน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า ประจำพื้นที่ 1 (TBC) ฝ่ายไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับทหารกองทัพว้าและเมียนมา ได้ให้การช่วยเหลือหญิงสาวชาวไทย 6 คนที่ถูกหลอก-บังคับจะให้ค้าประเวณีที่เมืองป๊อก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ก่อนส่งไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวร อ.แม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำแห่งที่ 2 ได้อย่างปลอดภัยเมื่อ 6 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 รองหัวหน้าศูนย์ฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสืบสวนสอบสวนกรณีหญิงสาวทั้ง 6 คนออกจากประเทศไทยไปยังประเทศเมียนมาจนถูกหลอกทั้งๆ ที่ไทย-เมียนมามีการปิดด่านพรมแดนเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว
ล่าสุดมีรายงานถึง ภ.จว.เชียงราย ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐที่ประจำอยู่ตามแนวชายแดนเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันการช่วยเหลือหญิงสาวทั้ง 6 ออกนอกราชอาณาจักร โดยเหตุเกิดที่หน่วยบริการประชาชนแห่งหนึ่งพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ได้มีนายตำรวจระดับ ร.ต.อ.อายุ 57 ปี พร้อมพวกเป็น ส.ต.อ.อายุ 33 ปี จำนวน 1 นาย และพลเรือนเป็นชายอีก 1 คนชื่อนายไส้ อายุ 48 ปี ได้ขับขี่รถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งไล่ติดตามรถยนต์กระบะคันหนึ่งที่ขับหลบหนีไปตามถนนสายแม่สาย-เชียงแสน จากนั้นได้สกัดรถคันดังกล่าวให้หยุดอยู่ข้างทางก่อนลงตรวจสอบ พบชายไทยชื่อตั้มเป็นคนขับรถ และมีหญิงสาวชาวไทยจำนวน 6 คนดังกล่าวนั่งโดยสารมาด้วย

เมื่อเห็นว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย ร.ต.อ.นายดังกล่าวพร้อมพวกจึงได้พาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อดูข้อมูลส่วนตัว ก่อนชายคนที่อยู่กับตำรวจจะเรียกเก็บเงินจากนายตั๊ม (คนขับรถ) เบื้องต้นคนละ 30,000 บาท รวม 180,000 บาท แต่มีการต่อรองให้เหลือคนละ 10,000 บาท รวม 60,000 บาท เมื่อตกลงกันได้จึงมีการปล่อยให้หญิงสาวทั้ง 6 คนเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาได้ในที่สุด
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าทางเจ้าหน้าที่ชุดให้การช่วยเหลือหญิงสาวทั้ง 6 คนได้สอบปากคำหญิงสาวทั้งหมด ซึ่งพบว่าให้การสอดคล้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยขณะนี้ผู้บังคับบัญชาศูนย์ และ ภ.จว.เชียงราย ได้พิจารณาเรื่องการดำเนินคดีต่อทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่านายไส้มีพฤติกรรมเข้าข่าย “เป็นคนกลางเรียกรับสินบน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ส่วนตำรวจทั้ง 2 นายมีพฤติกรรมเข้าข่าย “เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
#Galileo’s Ruler..







