วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายบัญชา อายุ 26 ปี พ่อของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน โดยเชื่อว่าลูกถูกครูระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส
นายบัญชา เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตนกับภรรยาได้ไปรับลูกหลังเลิกเรียนช่วงเย็นตามปกติ เห็นลูกมีอาการหวาดกลัวหน้าซีดๆ จึงถามลูก ลูกบอกว่าว่า “ปวดหัว” และบอกว่าไม่อยากมาโรงเรียนแล้ว จึงพากลับบ้าน แต่ก่อนถึงบ้านได้มานั่งเล่นกับลูกของพี่สาว และลูกสาวของตนบอกอีกว่าปวดหัวๆๆ ตนจึงพาลูกไปนอน เมื่อนอนได้พักหนึ่ง กำลังจะป้อนนม ลูกก็อ้วกออกมา จึงให้แฟนพาไปอาบน้ำ ระหว่างสระผมอยู่นั้นได้ลูบหัวลูก สัมผัสได้ว่าหัวลูกนิ่มๆ ช้ำๆ จึงพาลูกไปตรวจโรงพยาบาลเพราะไม่สบายใจ
หลังตรวจแพทย์แจ้งว่าน้องมีเลือดคั่งในสมอง ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากและได้เดินทางไปสอบถามทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตอบกลับมาว่าเด็กเอาตัวต่อเลโก้ตีกันเอง แต่ดูจากบาดแผลรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นเด็กตีกันเอง จากบาดแผลน่าจะเป็นแรงกระทำของผู้ใหญ่มากกว่า
หลังจากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา โดยได้นำภาพถ่ายให้ทางเจ้าหน้าที่ดู แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความอ้างว่าไม่มีหลักฐาน หลังจากนั้นก็ได้แชทไปบอกทางครูที่ดูแลเด็ก ทางครูก็ไม่สนใจบอกแค่ว่า “หายเร็วๆ นะคะ” ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน
รองปลัดเทศบาลฯ ที่ดูแลรับผิดชอบศูนย์ฯ ดังกล่าว เปิดเผยว่า ทางคณะผู้บริหารทราบเรื่องดังกล่าวแล้วจากผู้ปกครองของเด็กที่ร้องเรียน จึงเรียกครูประจำห้องทั้ง 2 คนมาสอบถามข้อเท็จจริง ว่าใครเป็นผู้กระทำต่อเด็ก ซึ่งทั้งหมดตอบว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ และทางผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและจะดำเนินการให้ถึงที่สุด
ด้านครูณี (นามสมมุติ)ครูประจำห้อง เล่าว่า ตนเองก็รู้สึกตกใจหลังจากทราบเรื่องและยืนยันว่าไม่ได้ทำน้อง จากไทม์ไลน์ในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนก็ได้จัดกิจกรรมตามปกติในช่วงเช้า โดยจัดหน่วยการเรียนรู้ให้น้องได้ระบายสีรูปภาพ ทางโรงเรียนก็ได้บันทึกวีดิโอการจัดกิจกรรมไว้ตลอด และให้น้องเล่นเลโก้ตัวต่อเสริมทักษะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม หลังจากทำกิจกรรมเสร็จก็ได้พาน้องไปทานข้าวเที่ยงประมาณ 10.30 น. หลังจากนั้นได้พาเข้านอนที่ห้องเรียนตามปกติ
ก่อนที่เด็กๆ จะตื่นนอนช่วงเวลา 14.30 น. ได้พาน้องไปล้างหน้าหวีผมมัดผมรอผู้ปกครองมารับตามปกติ ซึ่งน้องก็ไม่มีอาการอะไรที่จะบ่งบอกว่าเจ็บหัว ซึ่งอุปนิสัยน้องจะเป็นคนพูดเก่ง ชอบเล่นกับเด็กผู้ชาย โดนอะไรนิดหน่อยก็จะร้องส่งเสียงดัง ตนก็รู้สึกตกใจว่าเกิดขึ้นได้ยังไงเกิดจากอะไรตนก็อยากรู้ความจริงเหมือนกันว่าน้องไปโดนอะไรมา
หลังจากนั้นตนเองก็ได้ติดต่อพูดคุยกับทางผู้ปกครองเด็กตั้งแต่วันแรกสอบถามอาการมาตลอด ครูณียังยืนยังอีกว่าไม่ได้เป็นคนทำน้อง พร้อมที่จะให้ตรวจสอบข้อเท็จว่าตนเป็นคนบริสุทธิ์ และยังเล่าจากความรู้สึกอีกว่ารู้สึกเป็นห่วงน้องอยากให้น้องหายเร็วๆ เป็นปกติ ขอให้พระคุ้มครอง หลังจากนี้ทางครูณีก็จะทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ ให้ดีที่สุด ส่วนอาการล่าสุดน้องตอนนี้ก็ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากน้องมีเลือดออกบริเวณก้านสมองและไหปลาร้าร้าวจากต้นคอถึงกระดูกสันหลัง ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด







