สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า รัสเซียได้มีการปรับสมดุลของเงินสำรองระหว่างประเทศด้วยการเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินหยวนและลดการถือครองเงินดอลลาร์ก่อนเข้ารุกรานยูเครน เพื่อลดผลกระทบจากคว่ำบาตรที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า.ข้อมูลจากธนาคารกลางรัสเซียในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียที่อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์มีสัดส่วนเหลืออยู่เพียง 11% ลดลงจาก 21% ในปีก่อนหน้า และ 40% ในช่วงก่อนหน้านั้น ขณะที่เงินสำรองในรูปสกุลเงินหยวนกลับปรับเพิ่มขึ้นจาก 13% ขึ้นมาอยู่ที่ 17% ซึ่งหมายความว่ารัสเซียถือเงินสำรองเป็นเงินหยวนสูงกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว.อย่างไรก็ตาม ยูโรยังเป็นสกุลเงินที่รัสเซียถือครองเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศในสัดส่วนสูงสุดที่ 34% ตามมาด้วยทองคำที่ 22%.รัสเซียเริ่มทยอยลดสัดส่วนการถือครองเงินสกุลดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรจากกรณีการผนวกเอาแคว้นไครเมียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ.Nikkei ระบุว่า รัสเซียมีการเทขายบอนด์สกุลเงินหยวนหลังจากเข้ารุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ โดยในเดือนดังกล่าวเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียปรับลดลง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และลดลงอีก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม .ข้อมูลจากระบบเคลียริงเฮาส์ของจีนบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยพันธบัตรรัฐบาลจีนที่ถือครองโดยต่างชาติปรับตัวลดลง 8 หมื่นล้านหยวน หรือ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ และลดลงอีก 1.12 แสนล้านหยวนในเดือนมีนาคม.“ภาพดังกล่าวสะท้อนว่ารัสเซียกำลังใช้เงินสำรองในส่วนที่ไม่ถูกบล็อก” Sergi Lanau รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Institute of International Finance ในวอชิงตัน ระบุ.ปัจจุบันชาติตะวันตกและญี่ปุ่นได้ร่วมมือกันโจมตีรัสเซียผ่านมาตรการทางการเงินและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยครึ่งหนึ่งของเงินสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียถูกแช่แข็ง ทำให้มีการคาดการณ์ว่ารัสเซียน่าจะใช้เงินสำรองในสกุลที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างหยวนในการหลบเลี่ยงการโจมตีทางการเงินดังกล่าว.ขณะเดียวกัน การที่ยุโรปยังสั่งซื้อและนำเข้าพลังงานจากรัสเซียก็ทำให้มาตรการลงโทษทางการเศรษฐกิจที่มีต่อรัสเซียไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เริ่มเกิดคำถามตามมาว่าการคว่ำบาตรรัสเซียจะสร้างแรงกดดันจนนำไปสู่การหยุดยิงได้จริงหรือไม่
ข้อมูลจาก THE STANDARD








