บ่อยครั้งผู้ขับขี่มักประสบปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ทำให้เครื่องยนต์ดับ สตาร์ทไม่ติด การพ่วงแบตเตอรี่จึงเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้ตามปกติในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนนำรถไปตรวจสอบ ซึ่งการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายได้❗️ เราจึงนำการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ให้ปลอดภัยมาฝาก.🔋วิธี #พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ ให้ปลอดภัย – ไม่สตาร์ทเครื่องยนต์และต้องปิดระบบไฟของรถทั้งสองคัน เพราะจะทำให้เกิดประกายไฟ ส่งผลให้เกิดการระเบิดได้– นำสายพ่วงสีแดง ต่อกับแบตเตอรี่ขั้วบวกรถคันที่แบตเตอรี่หมดก่อน แล้วจึงต่อกับขั้วบวกของรถที่มาช่วย– นำสายพ่วงสีดำ คีบที่ขั้วลบของรถคันที่มาช่วย และนำข้างที่เหลือหนีบโลหะเปลือยของรถคันที่แบตหมด ซึ่งส่วนมากต่อกับน็อตของเครื่องยนต์ ให้ห่างจากขั้วลบประมาณ 50 ซ.ม.– สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่มีแบตเตอรี่ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที พร้อมเร่งเครื่องยนต์เล็กน้อย เพื่อให้แบตเตอรี่มีการไหลเวียนของประจุไฟฟ้า– สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตเตอรี่หมด พร้อมเร่งเครื่องในอัตรา 1,500–2,000 รอบต่อนาที เพื่อตรวจสอบว่ามีประจุไฟฟ้าเข้าหลังจากการชาร์จไฟแบตเตอรี่หรือไม่– ถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ออกตามลำดับ ได้แก่ถอดสายคีบสีดำคันที่แบตหมดก่อน จึงถอดสายคีบสีดำของคันที่มาช่วยถอดสายคีบสีแดงคันที่มาช่วย ถอดสายคีบสีแดงคันที่แบตหมด ..📍ข้อควรระวังในการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์– ไม่ต่อสายพ่วงเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่ของรถคันที่แบตเตอรี่หมด เพื่อป้องกันแบตเตอรี่ระเบิด⚠️แม้การพ่วงแบตเตอรี่จะสามารถทำเองได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากแบตเตอรี่มีน้ำกรด เป็นส่วนประกอบหลัก มีคุณสมบัติกัดกร่อนพื้นผิว อีกทั้งในขณะที่แบตเตอรี่ทำงาน จะเกิดการสะสมของก๊าซไฮโดรเจน หากมีประกายไฟจะทำให้เกิดการระเบิดได้ ‼️การสูบบุหรี่ จุดไฟแช็ก ขณะต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ทำให้เกิดการระเบิดได้– ระมัดระวังไม่ให้ปลายสายพ่วงแบตเตอรี่สัมผัสกัน เพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร#วิธีพ่วงแบตรถยนต์ #พ่วงแบตรถยนต์ #รอบรู้เรื่องขับขี่ #ขับขี่ปลอดภัย #สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก #กรมการขนส่งทางบก








