สภาพ รพ.สนามของนครพนมครับ งบค่าเดินทางอลังการมาก แต่งบโรงพยาบาลสนามไม่มีนครพนมแอร์ #คุ้มมั้ยภาคเอกชนถาม นครพนม รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ทัพบก ส่งเครื่องบินลำเลียงขนผู้ป่วยโควิดกลับรักษาบ้านเกิดเที่ยวแรก 18 คน แต่ใช้งบหลายแสน ตัวแทนภาคเอกชนตั้งคำถาม หาความคุ้มค่า เที่ยวบินวีไอพี แห่งแรกของประเทศ ขณะโรงพยาบาลสนาม ยังไม่เพียงพอ ขาดแคลนงบประมาณ ต้องรับบริจาคใช้แคร่ไม้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นเตียงสนาม _
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ที่ท่าอากาศยานสนามบินนครพนม นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พลตรี สามารถ จันสมิทธิ์ ผบ.มทบ.210 นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครพนม นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รับตัวผู้ป่วยโควิดที่เดินทางมาในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ โดยกองทัพบกได้จัดบริการรับส่ง ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด จากพื้นที่ กทม. ที่เดินทางมาดูแลรักษาที่บ้านเกิด จ.นครพนม เป็นการบริการรับส่งโดยเครื่องบิน ลำเลียงขนส่ง แบบ ซี 295 ของกองทัพบก มีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ที่ติดเชื้อโควิดเดินทางมาในเที่ยวบิน เที่ยวแรกในภาคเช้า จำนวน 18 ราย และมีเที่ยวบินที่ 2 ในช่วงบ่าย จำนวน 20 ราย รวม 38 ราย ทั้งนี้จากกการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในการบริการเที่ยวบินแต่ลพครั้ง มีค่าใช้จ่ายประมาณ เที่ยวละ 2-3 แสนบาท แต่เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่มอบหมายให้กองทัพบกดำเนินการ ดูแลอำนวยความสะดวกบริการบริการชน ทั่วประเทศ ซึ่งที่ จ.นครพนม เป็นเที่ยวบิน ปฐมฤกษ์ ก่อนที่จะมีการตรวจคัดแยกตามกระบวนการ ก่อนส่งไปกักตัวและรักษาในโรงพยาบาลสนาม ทั้ง 12 อำเภอ
ขณะเดียวกันได้มีตัวแทนภาคเอกชน คือ นายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา รองประธานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า มาถึงวันนี้จากการพูดคุยกับผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การบริการเที่ยวบินของรัฐบาลให้แก่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ที่ติดเชื้อโควิด ถือเป็นการใช้จ่ายงบประมาณสูง เที่ยวละหลายแสนบาท และไม่คุ้มค่า โดยต้องการให้เป็นการบริการทางรถยนต์โดยสาร จะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และต้องการให้นำเงินงบประมาณ มาดูแลเรื่องวัคซีน รวมถึง การพัฒนาปรับปรุงโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่ 12 อำเภอ ที่กำลังขาดแคลนงบประมาณ ซึ่งบางอำเภอยังต้องขอสนับสนุน บริจาคทั้งภาคเอกชน รวมถึงประชาชน ในการสร้างปรับปรุงพื้นที่ของหน่วยงานภาครัฐเป็นโรงพยาบาลสนาม และจุดพักคอย รอรับการตรวจรักษา หรือกักตัวมาจากพื้นที่เสี่ยง เช่นเดียวกับพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม กำลังมีการปรับพื้นที่ภาครัฐเป็นโรงพยาบาลสนาม แต่มีปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ต้องขอรับบริจาค ทั้งเตียงนอนผู้ป่วย เป็นแค่ไม้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อรองรับผู้ป่วย โดยการนำเครื่องบินรับส่ง เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สูญเปล่า ส่วนการนำคนกลับบ้านถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องใช้งบประมาณให้คุ้มค่า และต้องแก้ปัญหาปลายเหตุ ทั้งเรื่องวัคซีน การควบคุมป้องกันระยะยาว
ด้าน พลตรี สามารถ จันสมิทธิ์ ผบ.มทบ.210 นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับการบริการผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงโควิดมาจากต่างจังหวัด ถือเป็นนโยบายของกองทัพบก วันนี้ ถือเป็นวันแรกของเที่ยวบิน จ.นครพนม มี 2 เที่ยว บิน ภาคเช้า จำนวน 18 ราย ภาคบ่าย อีก 20 ราย ซึ่งตนทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนกองทัพบกที่ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เมื่อมาถึงทุกคนจะได้เข้าสู่มาตรการคัดกรอง คัดแยก ดูแล จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ขอให้ประชาชนอุ่นใจ เกี่ยวกับการระบาดในพื้นที่ ทุกรายที่มาในเที่ยวบินจะมีการรัดกุมในการดูแลกักตัวตามกระบวนการ ส่วนเรื่องอื่นในส่วนของ มทบ.210 ได้ช่วยเตรียมพร้อมดูแล เป็นศูนย์คัดกรอง และโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยเช่นกัน///////////////////////////////////////////////////






