👀 “เขาคือหนึ่งในผู้เล่นกองกลางที่ดีที่สุด” ❗ นี่คือคำจำกัดความของ “โน้ต”จักรพันธ์ แก้วพรม จากการให้สัมภาษณ์ของ “อเล็กซานเดร กาม่า” ที่คุมทีมในช่วงปี 2014-16 และคำรบสองเดือน ต.ค.2020 พฤศจิกายน 2021 ⚽️ ย้อนกลับไปในช่วงสมัยมัธยม “จักรพันธ์” สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะกัปตันทีมของ รร.กีฬา จ.สุพรรณบุรี โดยมีเพื่อนร่วมทีมที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดเยาวชนอย่าง “โอม”อานิสงค์ เจริญธรรม ซึ่งรุ่นเดียวกันในสถาบันอื่นก็มี ธีรศิลป์ แดงดา, ประกิต ดีพร้อม รวมถึง ดาวดังเวลานั้นอย่าง “ศักรินทร์ จันทร์โยธา” จาก รร.อัสสัมชัญ ธนบุรี ⚽️ จากนั้นบนเส้นทางลูกหนังอาชีพแม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ค่อนข้างมั่นคง เพราะค้าแข้งให้กับ 3 ทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย โดยเริ่มจาก “บีอีซี เทโร ศาสน” ในระหว่างปี 2007-2009 ได้ลงเล่นไป 54 นัด ยิงได้ 7 ประตู ซึ่งในยุคนั้นก็มีรุ่นพี่ที่เป็นดาวซัลโวไทยลีกอย่าง “อานนท์ สังข์สระน้อย” ร่วมทีม แต่ก็ทำได้ดีสุดคือคว้าอันดับ 3 ในฤดูกาล 2007 และ 2008 ส่วนปี 2009 ได้เพียงที่ 4 ซึ่งในฤดูกาลเดียวกันก็มีทีมน้องใหม่อย่าง “เมืองทอง ยูไนเต็ด” ที่ผงาดขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นจากลีกรอง⚽️ และในฤดูกาล 2010 “กิเลนผยอง” คว้าตัว “จักรพันธ์” ไปร่วมทีม ภายใต้การคุมทัพของ “เรเน่ เดอร์ซาเยียร์” กุนซือชาวเบลเยี่ยม ที่มารับงานต่อจาก “โค้ชแต็ก”อรรถพล ปุษปาคม ที่ออกไปคุมทีม “บุรีรัมย์ พีอีเอ” ในเวลานั้น ซึ่งในปีเดียวกัน เป็นการเบียดแย่งแชมป์กันระหว่าง 3 ทีมคือ “เมืองทอง ยูไนเต็ด” ที่สุดท้ายก็คว้าแชมป์ไปด้วยคะแนน 67 แต้ม, รองแชมป์ “บุรีรัมย์ พีอีเอ” 63 แต้ม และ “ชลบุรี เอฟซี” 60 แต้ม และนั่นคือแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของ “เจ้าโน๊ต” ก่อนที่ปี 2011 จะย้ายไปเปิดตำนานบทใหม่กับทัพ ⚡”ปราสาทสายฟ้า” ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อจาก “บุรีรัมย์ พีอีเอ” มาเป็น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”⚽️ ในถิ่น ⚡”ปราสาทสายฟ้า” นี่เองที่ “จักรพันธ์ แก้วพรม” กวาดทุกแชมป์ในไทย โดยหลังจากคว้าแชมป์ลีกครั้งที่สองในชีวิต กับต้นสังกัดใหม่เมื่อปี 2011 จากนั้นในปี 2013 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ “โตโยต้า” เข้ามาเป็นผู็สนับสนุนให้กับฟุตบอลไทยลีกอย่างเป็นทางการ ก็คว้าแชมป์ได้อีก 5 สมัยคือในปี 2013, 2014, 2015, 2017, 2018 รวมเวลานี้คว้าแชมป์ลีกกับ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ไปถึง 6 สมัย จึงถือเป็นนักเตะคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยได้มากที่สุดรวมแล้วถึง 7 สมัย โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเขาลงเล่นให้ ⚡”ปราสาทสายฟ้า” ไปแล้ว 246 นัด ยิงได้ 22 ประตู กับอีก 28 แอสซิสต์ ⚽️ ส่วนฤดูกาลนี้ ในวัยย่างเข้า 34 ปี ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ เขาลงเล่นในศึก “รีโว่ ไทยลีก” ไป 4 นัด โดยมีเวลาในสนาม 195 นาที และทำได้ 1 แอสซิสต์ ก่อนจะได้รับบาดเจ็บ ⚽️ อย่างไรก็ดี แม้จะได้ลงสนามไปบ่อยนัก แต่นักเตะในทีมรู้ดีว่าเขาสำคัญกับทีมเพียงใด ทั้งใน และนอกสนาม เพราะการมีนักเตะที่ผ่านประสบการณ์มากมาย จะรู้ว่าจะช่วยผลักดันนักเตะรุ่นใหม่อย่างไร และด้วยผลงานของทีม BURIRAM UNITED เวลานี้ การลุ้นแชมป์ลีกในรอบเกือบ 4 ปี และโอกาสชูถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของไทยสมัยที่ 8 ของ “จักรพันธ์ แก้วพรม” ก็เปิดกว้างเช่นกัน 🙂
จักรพันธ์ แก้วพรม: แข้งหนึ่งเดียวคว้าแชมป์ “ไทยลีก” มากที่สุด
237
โดย สำนักข่าวคชสีห์
-








