20 ก.ค. 64 – กสม. เผย เตรียมนำกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 และ 18 ก.ค.64 ขึ้นตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังพบเหตุรุนแรงระหว่างการชุมนุม พร้อมย้ำ ทุกฝ่ายต้องไม่ใช้ความรุนแรง เคารพความเห็นต่าง และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน
เฟซบุ๊กเพจ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ โดยมีใจความสำคัญ ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตามที่ปรากฎเหตุรุนแรงระหว่างการชุมนุมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนชนิด mRNA ที่บริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เป็นเหตุให้ผู้ร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และต่อมาได้มีการชุมนุมและเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้มาตรการควบคุมฝูงชน โดยการฉีดน้ำ ยิงแก๊สน้ำตา และใช้กระสุนยางเพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนบาดเจ็บหลายราย นั้น
กสม.มีความห่วงใยต่อการใช้ความรุนแรง และมีความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้ 1. การชุมนุมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 มีการกระทบกระทั่งจนทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกทุบที่ศีรษะด้วยของแข็งในขณะกำลังเข้าจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม กสม.เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้ความรุนแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้น และขอย้ำว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ กสม.จะหยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นตรวจสอบต่อไป และ 2. การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมฝูงชนและยุติการชุมนุม เช่น การฉีดน้ำ การยิงแก๊สน้ำตา และการใช้กระสุนยาง ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุปกรณ์ดังกล่าวจำนวนมาก รวมทั้งผู้สื่อข่าวที่มีปลอกแขนชัดเจน นอกจากนั้นยังมีการใช้ลวดหนามหีบเพลงเป็นแนวกั้น ซึ่ง กสม.เห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีอันตรายและอาจมีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของผู้ชุมนุม ซึ่งตามแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่เป็นอันตรายที่ไม่ถึงแก่ชีวิตเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on the Use of Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) การใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตรายควรใช้เท่าที่จำเป็นเมื่อไม่สามารถใช้วิธีการอื่นที่ดีกว่าได้ และต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ กสม.จะหยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นตรวจสอบเช่นกัน
พร้อมกันนี้ กสม. ขอย้ำถึงความสำคัญของการไม่ใช้ความรุนแรงไม่ว่าโดยฝ่ายใด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการดำเนินการใด ๆ ทุกฝ่ายจะรับฟังและเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลและหลักนิติรัฐนิติธรรมเป็นสำคัญ รวมทั้งขอเน้นย้ำถึงความสำคัญในการคำนึงถึงสิทธิด้านสุขภาพของตนเอง ผู้อื่น และสังคมโดยรวมในการใช้สิทธิและเสรีภาพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง ข้อมูล – ภาพ / เฟซบุ๊กเพจ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ







