วันนี้ (8 ธ.ค. 64) กอ.รมน. จัดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2564 และแถลงแผนการปฏิบัติงานประจำปี 2565 โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. เป็นประธานฯ โดยผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี, คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, หัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคง, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร), ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในเหล่าทัพ, และผู้บริหารของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ส่วนกลาง) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ นรม. ได้มอบรางวัลเกียรติยศ หมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ตามชายแดน Core Village และเยี่ยมชมนิทรรศการของ กอ.รมน. ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน ก่อนที่จะเข้าฟังการแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2565 และกล่าวมอบนโยบาย เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป สำหรับการดำเนินงานของ กอ.รมน. ในรอบปี 2564 ที่ผ่านมา ได้บูรณาการแก้ไขปัญหาความมั่นคง โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ – การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ โดยการขับเคลื่อนขยายผลสืบสานและต่อยอดศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โครงการ “ปราชญ์ร่วมใจ สรรค์สร้างไทยเป็นหนึ่ง” – การขับเคลื่อนโครงการกำกับติดตามและประเมินผล แผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ได้นำประเด็นเร่งด่วนของยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติในระดับตำบล ในพื้นที่ กอ.รมน.จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และ กทม. – การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ดำเนินการผ่านเครือข่ายหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สามารถปราบปรามและจับกุมผู้ค้ารายสำคัญ ขยายผลนำไปสู่การยึดทรัพย์กลุ่มนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเฝ้าระวังการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ตอนในและส่งออกไปต่างประเทศ – การบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมืองและการค้ามนุษย์ ประกอบด้วยการป้องกันตามช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ตลอดจนจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังและร่วมบูรณาการจัดทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านค้าและโรงงานต่าง ๆ จนสามารถจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก – การป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ เฝ้าระวังการบ่มเพาะแนวความคิดรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การก่อเหตุร้ายตามลำพัง การพนันออนไลน์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมจากอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ – การพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกที่ดินรัฐ การทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในการตรวจสอบการลักลอบทิ้งของเสีย สารเคมีและวัตถุอันตราย และการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มสุกร – การเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของชาติ ผ่านโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เพื่อเก็บสำรองเมล็ดพันธุ์ที่ดีช่วยเหลือเกษตรกรในยามประสบภัยพิบัติ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งเครือข่ายเมล็ดพันธุ์พระราชทาน 7,285 ตำบล 180 แขวง ครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัด และ กทม. – การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เสริมการปฏิบัติหน่วยงานตามหน้าที่ ร่วมกับภาคเอกชน และมวลชนเครือข่ายในพื้นที่ “กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด” ในยามปกติ และร่วมกับ “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด” ในยามเกิดภัยพิบัติและขับเคลื่อนการใช้งานระบบฐานข้อมูลภัยพิบัติและระบบภูมิสารสนเทศ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่าน Application “พ้นภัย” สภากาชาดไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย 19 หน่วยงาน – การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติด้านความมั่นคง พบการก่อเหตุรุนแรงลดลง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น และมีชุมชนที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น และในมิติด้านการพัฒนา มีผลการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น – การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บูรณาการปราบปรามร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มีผลการตรวจยึดของกลางซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว จำนวน 572,091 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าห้าร้อยสามล้านบาทเศษ (503,244,500.-)- การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อ COVID – 19 โดยบูรณาการ มวลชน กอ.รมน. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และอาหารปรุงสำเร็จ ตลอดจนประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้และเข้าใจในการป้องกันการแพร่ระบาด ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่อง -การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน กอ. รมน. ได้สร้างระบบบริหารจัดการเหตุความมั่นคง 1374 เป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ถึงร้อยละ 42.7 สำหรับการปฏิบัติงานในปี 2565 นรม.ในฐานะ ผอ.รมน. ได้มอบนโยบาย กอ.รมน. เน้นย้ำสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง โดยมีสาระสำคัญดังนี้ – งานของ กอ.รมน. มีความสอดคล้องและมีเป้าหมายบูรณาการร่วมกับส่วนราชการอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงในประเทศ โดยแผนการปฏิบัติงานต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บท แผนปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมทั้งพิจารณาแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด – 19 ส่งเสริมความร่วมมือให้ความมั่นคงเป็นรากฐานในการต่อยอดการพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ – ต้องเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา และนำแนวทางตามพระราชดำริ “ระเบิดจากข้างใน” มาเป็นแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน – สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นรม. เน้นการสร้างความเข้าใจ ไม่ให้หวาดระแวงกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า ทั้งโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และยังมีโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ถือเป็นโครงการสำคัญตามประเด็นเร่งด่วนของยุทธศาสตร์ชาติ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับพื้นที่ในระดับจังหวัดจนถึงระดับตำบล – การเสริมสร้างให้ประชาชนชาวไทยมีความภาคภูมิใจและเทิดทูนรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้หลักเกณฑ์กฎหมาย และน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาประยุกต์ใช้ในโครงการตามความเหมาะสม เช่น โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่โคกหนองนาโมเดล โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร สุดท้าย นรม. ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ช่วยสนับสนุนและดำเนินการในกรอบของ กอ.รมน. พร้อมเน้นย้ำ กอ.รมน. ไม่ใช่หน่วยงานการเมือง แต่เป็นการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานปกติ ในการแก้ไขปัญหาในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
#isocnews#ข่าวกอรมนISOCNews#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร










