วันพฤหัสบดี, กันยายน 24, 2026
หน้าแรกทั่วไปคุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ ประธานชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย นำสมาชิกชมรมฯ โบยบินทะยานข้ามฟ้า สู่ดินแดนมังกร ต้าเหลียน - ผานจิ่น - หาดหญ้าแดง -...

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ ประธานชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย นำสมาชิกชมรมฯ โบยบินทะยานข้ามฟ้า สู่ดินแดนมังกร ต้าเหลียน – ผานจิ่น – หาดหญ้าแดง – เสิ่นหยาง

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ ประธานชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย นำสมาชิกชมรมฯ โบยบินทะยานข้ามฟ้า สู่ดินแดนมังกร ต้าเหลียน – ผานจิ่น – หาดหญ้าแดง – เสิ่นหยาง

เวลา 08:30 น.วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2569 ณ สนามบินสุวรรรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 คณะกรรมการบริหารและสมาชิกชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการฝ่ายทัศนศึกษา ได้จัดกิจกรรมนำคณะกรรมการบริหารชมรมฯ นำสมาชิกชมรมฯ ประกอบด้วย
☆ คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์
☆ คุณวิจิตร์ กนกนิตย์อนันต์
☆ คุณนิพนธ์ ตั้งจิตมุ่งมัน
☆ คุณสมชาย จินตนาเวชกุล
☆ คุณชัยยุทธ กิจแต่ง
☆ คุณวิสิทธิ์ จิตติวรรธนกุล
☆ คุณสุดานุช กิจจุลลจาริต
☆ คุณอุดม ตรงมณีธรรม
☆ คุณปราณี บัณฑิตย์จิรกุล
☆ คุณกฤศนรัตน์ อดุลสิริพงศ์
☆ คุณบุญเกียรติ อังสุกุลธร
☆ คุณบุญเสริม เม่งศิริ
☆ คุณบรรหาร ตุลยนิติกุล
☆ คุณสุธี เกียรติพัฒนกุล
☆ คุณวิชัย เหล่ายิ่งเจริญ
☆ คุณวัชรี เหล่ายิ่งเจริญ
☆ คุณมาลินี เอื้ออัมพร
☆ คุณผิน เอื้ออัมพร
☆ คุณพร้อมพงศ์ พรมุกดามณี


ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษายังประเทศจีน โดยกำหนดไปยังสถานที่ ต้าเหลียน – ผานจิ่น – หาดหญ้าแดง – เสิ่นหยาง เริ่มจากวันที่ 14 – 20 กันยายน พ.ศ.2569 พร้อมกันนี้ยังมีคณะเครือข่ายพันธมิตรและครอบครัวของสมาชิกชมรมฯ ร่วมเดินทางไปเพื่อทัศนศึกษา ร่วมกัน
และในการเดินทางไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมในแต่ละวัน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
[ วันแรกของการเดินทาง 14/9/69 ]
เวลา 11:20 – 15:20 น.เดินทางจาก กรุงเทพ – กวางโจว ประเทศจีน โดยสายการบิน ไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์เที่ยวบิน CZ 358 ครั้นเมื่อถึงสนามบินไปหยุน กวางโจว จากนั้นต่อเครื่องบินภายในไปยังเมืองต้าเหลียน ต่อมา
เวลา 17.25 – 20.50 น.เดินทางจากกวางโจว – ต้าเหลียน เดินทางสู่ “เมืองต้าเหลียน” โดยสายการบิน ไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบิน CZ 6562 ครั้นเมื่อถึงสนามบินต้าเหลียนโจวซุยจื่อ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเมือง
และรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว คณะฯเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม CROWNE PLAZA DALIAN
[ วันที่ 2 ของการเดินทาง 15/9/69 ]
คณะฯเดินทางสู่ท่าเรือชาวประมงหาดเสือ (DALIAN FISHERMAN’S WHARF) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โรแมนติกและมีเสน่ห์ที่สุดในมืองต้าเหลียน โดยท่าเรือแห่งนี้ได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจของ “Fisherman’s W สหรัฐอเมริกาและยุโรป มีอาคารสไตล์วิคตอเรียนสีสันสดใส ยอดแหลม กำแพงอิฐแดง และโคมไฟเหล็กหล่อ จนได้รับฉายาว่าเป็น “ยุโรปน้อยแห่งต้าเหลือน” หรือ “หมู่บ้านนอร์ดิก”
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “อ่าวหลิงเจียว” ซึ่งถ้ามองข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม ก็จะเห็นกลุ่มอาคารสไตล์ยุโรปสีสันสดใสของท่าเรือชาวประมงที่เรียงรายอยู่ตามเนินเขา เมื่อตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่า “ซานโตรินี” ในต้าเหลียน และเป็นจุดที่คณะฯได้เข้าถ่ายรูป เมื่อมองออกมาแล้วเหมือนอยู่ที่ยุโรป


จากนั้นคณะฯได้เดินทางไป “ถนนหนานซาน” เป็นย่านที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองชายฝั่ง ได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็น “ย่านสุดฮิป” ของวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว ในย่านนี้มีร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์มากมาย อีกทั้งมีจุดถ่ายรูปยอดนิยมเพราะความสวยงามของตัวอาคาร และบรรยากาศที่เงียบสงบกว่าย่านธุรกิจกลางเมือง จากนั้นคณะฯ “ถ่ายรูปตึกยุโรปที่อยู่ตรงข้ามสระว่ายน้ำต้าเหลียน” ซึ่งอยู่ใกล้กับจัตุรัสชิงไห่ เป็นมุมถ่ายรูปที่ Vibe ดีมากๆ ที่มีฉากหลังเป็นตึกสไตล์ยุโรป และมีเหล่านกนางนวลที่บินเป็นพร็อพให้ได้ถ่ายรูปสวยๆอีกด้วย จากนั้นคณะฯได้ไปที่ “จัตุรัสซิงไห่” (XINGHAI SQUARE) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองต้าเหลียน เป็นจัตุรัสริมทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกและแลนด์มาร์คสำคัญตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเหลียวหนิง มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1.7 ล้านตารางเมตร บรรยากาศผสมผสานความทันสมัยและมีกลิ่นอายของทางยุโรป พร้อมวิวทะเลที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมวิว และชมการแสดงน้ำพุในยามค่ำคืน พร้อมรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร และกลับเข้าสู่ที่พักโรงแรม CROWNE PLAZA DALIAN
[ วันที่ 3 ของการเดินทาง 16/9/69 ]
ชาวคณะฯ เดินทางไปยัง “จัตุรัสจงซาน” (ZHONGSHAN SOUARE) โดยที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองต้าเหลียน และเป็นจุดเช็คอินยอดนิยม
จากนั้นคณะฯ เดินทางไปเช็คอินอีกหนึ่งแลนด์มาร์คดัง ถ่ายรูป “ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะค้าเหลือน” (ฉากในการ์ตูนโคนันชื่อดัง)
คณะฯไปยัง “ถนนรัสเซีย” เป็นจุดที่ชาวรัสเซียเริ่มสร้างเมืองต้าเหลียนขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 (ปี 1898) สถาปัตยกรรมสองข้างทางจึงเป็นแบบรัสเชียตั้งเดิมเกือบทั้งหมด มีทั้งอาคารไม้แกะสลัก หลังคาทรงสูง และโดมหัวหอมที่ดูคล้ายกับย่านเมืองเก่าในยุโรปตะวันออก ยังเป็นแหล่งรวมสินค้าที่มีกลิ่นอายของรัสเซียและของฝากท้องถิ่นเมืองต้าเหลียนที่น่าสนใจ


จากนั้นคณะฯร่วมชมและถ่ายรูปกับ “รถราง สาย 201” รถรางในต้าเหลียนเริ่มให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1909 โดยบริษัทรถไฟแมนจูเรียใต้ (South Manchuria Railway) ในช่วงที่ญี่ปุ่นปกครอง ในอดีตต้าเหลียนมีเครือข่ายรถรางที่ครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออก แม้ต่อมาหลายสายจะถูกยกเลิกเพื่อหลีกทางให้รถไฟได้ดินและถนน แต่สาย 201 และ 202 ยังคงถูกรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองต้าเหลียน
จากนั้นคณะฯ “เดินเล่นย่านถนนตงกวนเจีย” เป็นถนนสายวัฒนธรรมและช้อปปิ้งยอดนิยม ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนโบราณเข้ากับบรรยากาศทันสมัยได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยร้านอาหารพื้นเมือง คาเฟ่ ของฝาก และมุมถ่ายรูปสวยๆ เหมาะสำหรับเดินเล่นสัมผัสเสน่ห์เมืองต้าเหลียน
จากนั้นคณะฯเดินทางสู่ “ถนนกังตงสายที่ 5” ตั้งอยู่ในย่าน Donggang (ย่านธุรกิจท่าเรือตะวันออก) เขตจงซาน ของเมืองต้าเหลียน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่และย่านที่พักอาศัยระดับหรูที่เกิดจากการถมทะเล ถนนสายนี้ถูกวางผังให้เป็นเส้นตรงที่มุ่งหน้าสู่ท่าเรือขนส่งผู้โดยสารนานาชาติต้าเหลียน ที่เห็นวิวทะเลพอดี และเนื่องจากพื้นถนนมีลักษณะเป็นเนินสโลป เมื่อมองจากมุมสูงลงไป จะเห็นภาพเรือสำราญขนาดยักษ์ที่กำลังแล่นเข้าเทียบท่า ดูเหมือนเรือลำนั้นกำลังวิ่งอยู่บนถนนกลางตึกระฟ้า ทำให้ที่นี่คือ “มุมมหาชน” ที่โด่งดังดังที่สุดในโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงปี 2024-2025
จากนั้นคณะฯ เดินทางสู่ “เมืองน้ำเวนิสแห่งต้าเหลียน” (ORIENTAL VENICE WATER CITY) เป็นแลนด์มาร์คสุดโรแมนติกของเมืองต้าเหลียน เพราะเป็นโครงการที่ทุ่มทุนสร้างเพื่อจำลองเมืองเวนิสมาไว้ที่นี่ โดยมีคลองยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ตัดผ่านอาคารทรงยุโรปสวยงามกว่า 200 หลัง ทำให้บรรยากาศเหมือนเมืองเวนิสในอิตาลี สถานที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งสามารถนั่งเรือกอนโดลาที่พายโดยฝีมือคนจริงๆ ลอดผ่านใต้สะพานหินต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศอิตาลีจริงๆ
[ วันที่ 4 ของการเดินทาง 17/9/69 ]
คณะฯ เดินทางสู่ เมืองผานจิ่น ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราบชุ่มน้ำกว้างใกล้ปากแม่น้ำเหลียวเหอ ริมอ่าวเหลียวตงของอ่าวป้อไห่ จนกลายเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมน้ำมันและเมืองที่ผู้คนจำได้จากผืนชุ่มน้ำกับนกป่า มากกว่าจะจำจากตึกสูงหรือย่านการค้า ตัวเมืองสมัยใหม่ที่เพิ่งได้รับการจัดตั้งในปี 1984 สิ่งที่ทำให้ผานจิ่นแตกต่างจากเมืองอื่นในเหลียวหนิงคือความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างเศรษฐกิจกับธรรมชาติ ด้านหนึ่งคือแท่นขุดน้ำมันและภาพของเมืองอุตสาหกรรม อีกด้านหนึ่งคือทุ่งกก พื้นที่ชุ่มน้ำ และฝูงนกที่ทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ
ต่อมาคณะฯเดินทางสู่ หาดหญ้าทะเลแดงผานจิ๋น พบกับปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดอัศจรรย์ที่ หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเมื่อลมหนาวแรกในฤดูใบไม้ร่วง ต้นชะครามที่เติบโตริมชายฝั่งผานจิ่น จะพร้อมใจกันเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสด ย้อมผืนดินและแผ่นน้ำให้กลายเป็น “หาดแดง” ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ดั่งพรมกำมะหยี่สีเลือดนกที่ธรรรมชาติบรรจงถักทอ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินสะพานไม้ที่ทอดยาวสู่กลางทุ่ง ปล่อยให้สายลมพัดผ่าน และเก็บภาพความงดงามที่เหนือจินตนาการราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ความสำคัญของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ความแปลกตา แต่ยังอยู่ที่สถานะทางนิเวศวิทยา พื้นที่รอบทะเลสาบแดงเป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับรัฐ และถูกกล่าวถึงว่าเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของนกน้ำหายากและสัตว์ป่าหลายชนิด ภูมิทัศน์สีแดงจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดด ๆ แต่ผูกอยู่กับชีวิตของนกอพยพ กกหนาทึบ และพื้นที่เลนชายฝั่งที่เลี้ยงระบบนิเวศทั้งผืนนี้มาตลอด ศาลาสุ้ยเยว่ จุดแวะพักที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน ให้ท่านได้เอนกายรับลม สูดอากาศบริสุทธิ์ และทอดสายตาชมฝูงนกนางนวลที่โบยบินเหนือพื้นที่ชุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ จากนั้นเช็คอินกับ ศิลปะบนนาข้าว ตื่นตากับการสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าว 3 มิติ ขนาดมหึมา ที่ใช้ข้าวหลากสายทันธุ์ปลูกเรียงร้อยเป็นภาพวาดสุดอลังการ งดงามราวกับศิลปะชิ้นเอกบนพื้นดิน
[ วันที่ 5 ของการเดินทาง 18/9/69 ]
คณะฯ เดินทางสู่ เมืองเสิ่นหยาง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ชิง และที่สำคัญเอกลักษณ์ของถนนคนเดินต่างๆ มีความคล้ายเกาหลีมากๆ ตึกอาคารต่างๆสไตล์ยุโรป อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของพระเอกชีรีส์จีนชื่อดัง “เฉินซิงซวี๋” โดยมีผลงานที่โด่งดังขวัญใจสาวๆ อาทิ ตงกง / ตำนานรักตำหนักบูรพา / ดาวตกก่อเกิดรัก / ครามพิฆาต / คำลวงแสนรัก และ เกมรักข้ามบทบาท เป็นต้น
จากนั้นคณะฯ เดินทางสัมผัสธรรมชาติที่ ทุ่งหญ้าเหนือม่านเมฆ หรือ ทุ่งหญ้าหยุนตวน ในเมืองเสิ่นหยาง สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัลไตแห่งภาคอีสานจีน” ด้วยพื้นที่ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างใหญ่กว่า 1.15 ตารางกิโลเมตร บนระดับความสูง 441 เมตร ความโดดเด่นที่ทำให้ทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่เหมือนใคร คือการผสมผสานกันระหว่างภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้าสเต็ปป์ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา กับระดับความสูงบนยอดเขาที่ถูกโอบกอดด้วยมวลเมฆ เมื่อยามเช้ามาเยือน ทะเลหมอกสีขาวบริสุทธิ์จะไหลอาบไล้ไปตามเนินเขาเขียวขจี เกิดเป็นภาพสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติที่ราวกับเกาะสวรรค์ลอยอยู่กลางอากาศ ภาพของดอกไม้ป่าหลากสีสันที่แข่งกันชูช่อรับแสงแดดอ่อนๆ ตัดกับฝูงม้าและแกะที่ก้มหน้าเล็มหญ้าอย่างเชื่องช้า มอบความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดสีน้ำมันที่มีชีวิต แวะถ่ายรูปที่ หมู่บ้านฮอบบิท ที่จำลองกระท่อมหลังน้อยน่ารักราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งภาพยนตร์ งานศิลปะชิ้นเอกที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติได้อย่างไร้รอยต่อ และก้าวเข้าสู่หน้ากระดาษของหนังสือนิทานที่คุณเคยหลงรัก สิ่งที่ทำให้ธรรมชาติ บ้านแต่ละหลังถูกสร้างฝั่งตัวลึกลงไปในเนินดิน เผยให้เห็นเพียงประตูไม้ทรงกลมหลากสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด สีฟ้าหม่น หรือสีแดงอิฐ หน้าต่างบานเล็กที่ประดับประดาด้วยผ้าม่านลูกไม้
จากนั้นคณะฯ ไปยังถนนคนเดินซีถ่า (XITA PEDESTRIAN STREET) เป็นย่านการค้าและชุมชนชาวเกาหลีที่มีชื่อเสียงของเมืองเสิ่นหยาง เต็มไปด้วยร้านอาหารเกาหลีต้นตำรับ ร้านปิ้งย่าง คาเฟ่ และร้านค้าสไตล์เกาหลีมากมาย บรรยากาศคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะสำหรับชิมอาหารเกาหลี ช้อปปิ้ง และสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีในเมืองจีน จนได้รับฉายาว่า “โคเรียทาวน์แห่งเสิ่นหยาง”
[ วันที่ 6 ของการเดินทาง 18/9/69 ]
คณะฯ เดินทางสู่สนามบินเส้นหยาง เพื่อทำการเดินทางสู่ กวางโจว ประเทศจีน โดยสายการบิน ไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบิน CZ 6367 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติไป่หยุน กวางโจว จากนั้นต่อเครื่องบินภายในไปยังกรุงเทพฯ

ขอขอบคุณ
คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์
ประธานชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย/ ที่ปรึกษานิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน
สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์