ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ชนันนันท์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท.ว่าที่ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.ต.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ดำเนินการ
โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ร่วมกันจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ รวมผู้ต้องหา 9 ราย ประกอบด้วย กลุ่มเจ้าของบัญชีม้า (นายถาวรฯ กับพวกรวม 2 คน), กลุ่มผู้ควบคุมการถอนเงินและรับส่งเงิน (นายมนัสชัยฯ กับพวกรวม 5 คน), กลุ่มผู้สั่งการคนไทย (นายอัศนัยฯ) และกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ (MR.ZHENGฯ สัญชาติจีน) ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, สมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ และนครปฐม
พฤติการณ์คือ กลุ่มมิจฉาชีพได้โทรศัพท์หาผู้เสียหาย แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท AIS แจ้งว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์และพัวพันกับคดีฟอกเงิน ก่อนจะหลอกให้ติดต่อกับตำรวจปลอมผ่านแอปพลิเคชัน Line ชื่อ “สภ.เมืองเลย” และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนทราบว่า เมื่อเงินถูกโอนเข้าบัญชีม้า จะมีกลุ่มคนร้ายทำหน้าที่ถอนเงินสดทันที โดยมีนายอัศนัยฯ เป็นหัวหน้าคนไทยคอยสั่งการ จัดหาบัญชีม้า และประสานงานกับนายทุนชาวจีน โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม 3 ครั้ง ครั้งแรกสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้า, ผู้ควบคุมการถอนเงิน และนายอัศนัยฯ หัวหน้าคนไทย พร้อมของกลางจำนวนมาก จากนั้นได้ขยายผลในปฏิบัติการครั้งที่สอง เข้าสกัดจับกลุ่มผู้ต้องหาอีก 3 ราย ขณะกำลังทำธุรกรรมถอนเงินที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมตรวจยึดเงินสดที่เพิ่งถูกโอนมาจากผู้เสียหาย 3 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 1,900,000 บาท และในปฏิบัติการครั้งที่สาม ได้วางแผนจับกุม MR.ZHENGฯ สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้มารับเงินสดดังกล่าวได้สำเร็จ พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง, รถยนต์ 2 คัน, และบัตรขาว 8 ใบ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกับศูนย์ ACSC และธนาคารต่างๆ ที่ใช้ระบบมอนิเตอร์แบบ Real time ทำให้สามารถเฝ้าระวังและอายัดเงินได้ทันท่วงที เบื้องต้นผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพ โดยนายอัศนัยฯ รับว่าเป็นหัวหน้าฝั่งคนไทย ได้ค่าจ้าง 6% จากยอดเงินที่ถอน ส่วน MR.ZHENGฯ อ้างว่ามารับเงินตามคำสั่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการ Cut Money Flow ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ รวบหัวหน้าคนไทยขยายผลถึงนายทุนจีนเทา
-








