เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้คำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ระบุให้การแต่งงานทำขึ้นได้เฉพาะคู่รักชายและหญิงเท่านั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามที่มีผู้ร้องเนื่องจากถูกปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสด้วยเหตุแห่งเพศจากเจ้าหน้าที่.โดยผู้ร้องให้เหตุผลว่า กฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 25 มาตรา 26 และ มาตรา 27 หรือไม่ ซึ่งผลการพิจารณาระบุว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 4 และมาตรา 5 เป็นบททั่วไปที่วางหลักการคุ้มครองเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล และความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไว้ โดยมิได้มีข้อความใดที่คุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในส่วนนี้.นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม โดยมีข้อสังเกตว่ารัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสมควรดำเนินการตรากฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและหน้าที่ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศต่อไป.คำวินิจฉัยนี้ทำให้สังคมเกิดการพูดถึงการแก้ไขกฎหมายในมาตราดังกล่าวซึ่งได้มีการรณรงค์มาก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีมองว่ากฎหมายเดิมเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและจำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งในขณะนี้มี 30 ประเทศ จากทั่วโลกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว เพื่อให้สถานะการสมรสเกิดขึ้นสามารถได้กับทุกบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเพศสภาพ.ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลได้เสนอให้มีการทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิต เสนอตามขั้นตอนพิจารณาของสภาแล้ว แต่ยังมีฝ่ายที่ต้องการให้ระบุในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตราใดที่กำหนดว่าชายและหญิงสมรสกัน ก็ให้มีคำว่าชายกับชาย หรือหญิงกับหญิงด้วย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาและหลายกระทรวงไม่เห็นด้วย.แล้วสำหรับท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นในเรื่องการสมรสเท่าเทียมอย่างไร ประเทศไทยพร้อมแล้วในเรื่องนี้หรือไม่ หรือมีสิ่งใดที่ควรพิจารณาในการ “อนุมัติ” หรือ “ปัดตก” การขอแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ มาร่วมพูดคุยแสดงความเห็นกันครับ
ข้อมูลhttps://www.sanook.com/news/8475154/https://www.thairath.co.th/news/politic/2244645https://www.sanook.com/news/8474962/







