วันจันทร์, พฤศจิกายน 9, 2026
หน้าแรกวิทยุสมัครเล่นประวัติความเป็นมากิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย

ประวัติความเป็นมากิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

21 เมษายน 2426
ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ – ITU [http://www.itu.int]
1 พฤศจิกายน 2455
ประดิษฐ์สัญญาณโทรเลขอักษรไทยขึ้นใช้ สัญญาณอักษรไทยนี้มิได้กำหนดขึ้น ประจำทุกตัวอักษรในภาษาไทย หากมีแต่อักษรบางตัวที่สำเนียงคล้ายกันก็กำหนดให้

ใช้สัญญาณเดียวกัน เช่น ด กับ ฎ ส กับ ษ หรือ ศ เป็นต้น
2457
รัฐบาลประกาศใช้ “พระราชบัญญัติวิทยุโทรเลข พ.ศ. 2457” เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการวิทยุฉบับแรก ให้กรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจหน้าที่ในการตั้งเครื่องและใช้

วิทยุโทรเลข โทรศัพท์
18 มิถุนายน 2479
เพิ่มเติมไม้ยะมก (ๆ) ขึ้นอีก 1 สัญญาณในรหัสสัญญาณโทรเลขภาษาไทย
23 พฤษภาคม 2479
นายเสงี่ยม เผ่าทองศุข, HS1PJ หัวหน้าแผนกช่างวิทยุ ทดลองวิทยุสื่อสารแบบนักวิทยุสมัครเล่นด้วยเครื่องส่งทำเองแบบ Frequency Doupler จาก Oscillator

7.1MHz เป็น 14.2 MHz กับ ON4UU [CQ #16 น. 22]
2479
“กิจการวิทยุสมัครเล่น” เริ่มต้นเมื่อหัวหน้าแผนกช่างวิทยุ ได้ทดลองติดต่อสื่อสารทางวิทยุสมัครเล่นและสามารถติดต่อกับต่างประเศได้ เป็นผลสำเร็จ
2480
อาจารย์เสงี่ยม เผ่าทองศุข เป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่นไทยคนแรก ที่เข้าแข่งขันติดต่อทางไกล DEUTSCHER JAHRES Contest 1937 ของสมาคมวิทยุสมัครเล่น

แห่งประเทศเยอรมัน และได้รับรางวัลที่ 1 ในกลุ่มประเทศเอเซีย

22 มกราคม 2498
รัฐบาลได้ยกเลิกพระราชบัญญัติวิทยุสื่อสาร พ.ศ.2478 และประกาศใช้พระราชบัญญัติใหม่ 2 ฉบับคือ
1) พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ให้อำนาจกรมไปรษณีย์โทรเลขควบคุมการใช้ความถี่วิทยุ ความคุมเครื่องส่งวิทยุ และเครื่องรับวิทยุคมนาคม   
2) พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2498

2504
แก้ไขเพิ่มเติมพรบ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 โดยออกเป็น พรบ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2504
27 พฤศจิกายน 2506
นายโรเบิต อี. เลียว (Robert E. LEO ) ยื่นขอจดทะเบียนสมาคมต่อ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” อักษรย่อ ส.ว.ส.ท.
5 สิงหาคม 2507
ส.ว.ส.ท. ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมจากกระทรวงศึกษาธิการ
10 พฤศจิกายน 2507
ส.ว.ส.ท. ได้รับอนุมัติจากกรมตำรวจในการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
2507
ส.ว.ส.ท. เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพ IARU [? CQ #35 น. 72]
11 มกราคม 2508
ส.ว.ส.ท. เปิดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก
2511
ส.ว.ส.ท. สมัครเข้าเป็นสมาชิก ITU สังกัด IARU Region III
2512
ทหารอเมริกันประจำฐานทัพต่างๆ ในประเทศไทยได้ยื่นความจำนงขอตั้ง/ใช้วิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย แต่กระทรวงคมนาคมไม่อนุมัติ เพราะตามกฎหมายอนุญาต

ให้เฉพาะผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น
2514
มีการจัดตั้งกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ขึ้นเรียกว่า South East Network Convention (SEANET Convention) มีการประชุมครั้งแรกวันที่ 30-31

ธันวาคม 2514 ณ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย
1 มกราคม 2515
ส.ว.ส.ท. เปลี่ยนชื่อย่อจาก STAR (Society of Thai Amateur Radio) เป็น RAST (Radio Amateur Society of Thailand)
2517
กรมฯ นำเรื่องการสมัครสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น เสนอที่ประชุม ” คณะกรรมการประสานงานและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.)” ที่

ประชุมมีมติให้เสนอเรื่องให้สภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาในแง่ความมั่น คงแห่งชาติต่อไป
21 กุมภาพันธ์ 2518
สภาความมั่นคงแห่งชาติมีมติว่ายังไม่สมควรอนุญาตให้มีการจัดตั้งวิทยุสมัคร เล่น เพราะในขณะนั้นกรมฯ ยังมีขีดความสามารถจำกัดในการควบคุมวิทยุสมัครเล่น และ

ให้กรมฯตักเตือนผู้ที่ดำเนินการผิดกฏหมาย หากหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฏหมายโดยเคร่งครัด และให้จัดทำร่างระเบียบการควบคุมวิทยุสมัครเล่นให้

รัดกุมแล้ว เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
2518 (?)
ครม. มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุ และได้มีประกาศใช้ระเบียบว่าด้วยการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุ พ.ศ. 2518

ออกมาใช้บังคับด้วย [วันสื่อสารแห่งชาติ 2527]
2519
กบถ.ได้พิจารณาร่างระเบียบว่าด้วยวิทยุสมัครเล่น พ.ศ.2518 แล้วมีมติว่ายังไม่สมควรอนุญาตให้มีกิจการวิทยุสมัครเล่น ขึ้นในประเทศไทยในขณะนั้น เนื่องจาก

สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่น่าไว้วางใจ และให้กรมฯ ตักเตือนและปราบปรามผู้กระทำผิดกฏหมาย เมื่อใดที่กรมฯมีความพร้อมด้านอัตรากำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์

ตรวจสอบและ ควบคุมได้ดีก็ให้เสนอร่างระเบียบว่าด้วยวิทยุสมัครเล่นมาให้พิจาณาใหม่
2520
RAST จัดงาน SEANET Convention ณ โรงแรมเอราวัณ
6-10 ตุลาคม 2521
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IARU Region III Conference ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ มีผู้เข้าร่วมประชุม 200 คนเศษ
2521
กรมฯ มีดำริที่จะนำเอากิจการวิทยุสมัครเล่นมาส่งเสริม เพื่อให้มีนักค้นคว้าทดลองด้านวิทยุ และที่สำคัญเพื่อให้เกิดการพัฒนาเครื่องวิทยุคมนาคมรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะ

เป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาติในอนาคตด้วย
2522
พล.ต.ต. สุชาติ เผือกสกนธ์ อธิบดีกรมฯ และคณะ ร่วมด้วย RAST ส่งผู้แทนร่วมประชุม World Administrative Radio Conference (WARC) ของ ITU
19 มิถุนายน 2524
กรมฯ ประกาศให้ผู้ที่มีเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่น ต้องขออนุญาตมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครอง
กันยายน 2524
กรมฯ ร่างระเบียบว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่นเสนอคณะกรรมการประสานงานของสภาความ มั่นคงแห่งชาติพิจารณา
4 กันยายน 2524
อธิบดีกรมฯ ประกาศระเบียบกรมฯว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ.2524
8 พฤศจิกายน 2524
กรมฯ เปิดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นเป็นครั้งแรก เป็นข้อสอบปรนัย มีผู้สมัครสอบ 552 คน เข้าสอบ 510 คน สอบได้ 312 คน
16 พฤศจิกายน 2524
กรมฯ ก่อตั้ง “ชมรมวิทยุอาสาสมัคร” (Voluntary Radio Club) กำหนดสัญญาณเรียกขานให้สมาชิกว่า VR….(หมายเลข) โดยใช้ความถี่ 144.000-146.000 MHz
5 ธันวาคม 2524
ทูลเกล้าฯถวายสัญญาณเรียกขาน VR009 แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปิดศูนย์ชมรมวิทยุอาสาสมัครที่ซอยสายลม
30 มกราคม 2525
กรมฯ เปิดสอบเพื่อรับประกาศฯพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น ครั้งที่สอง เป็นข้อสอบปรนัย มีผู้สมัครสอบ 967 คน สอบได้ 719 คน
11 พฤษภาคม 2525
กรมฯ ประกาศว่าจะไม่ออกใบอนุญาตให้นำเข้า มี หรือใช้วิทยุคมนาคมเพื่อกิจการวิทยุอาสาสมัคร ที่มีคุณลักษณะผิดจากระเบียบที่วางไว้ คือใช้กำลังส่งได้สูงกว่า 10

วัตต์และมีความถี่ใช้งานเกินย่าน 144-146 เมกกะเฮิร์ต ส่วนผู้ที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว ขอให้ปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัดด้วย
26 มิถุนายน 2525
กรมฯ เปิดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น ครั้งที่สาม เป็นข้อสอบอัตนัย มีผู้สมัครสอบ 1,171 คน สอบได้ 297 คน
15 สิงหาคม 2525
กรมฯ แจกประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นชั้นต้นให้แก่ผู้ผ่านการสอบรุ่นที่ สาม
2525
RAST จัดงาน SEANET Convention ครั้งที่ 12 ณ โรงแรมอิมพีเรียล
15-30 มิถุนายน 2526
กรมฯ เปิดรับสมัครสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นชั้นต้น รุ่นที่สี่
4 สิงหาคม 2526
รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 4 สิงหาคม ของทุกปีเป็น “วันสื่อสารแห่งชาติ” เริ่มตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นไป เพื่อระลึกถึงวันสถาปนากรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขขึ้นในประเทศ

ไทย ได้จัดงาน “วันสื่อสารแห่งชาติ” เป็นครั้งแรก ร่วมกับงาน “ครบรอบ 100 ปี ของการสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลข” และการ เฉลิมฉลอง “ปีการสื่อสารโลก” ของ

สหประชาชาติ โดยจัดขึ้นที่ กรมไปรษณีย์โทรเลข
3 พฤศจิกายน 2526
คณะอนุกรรมการชมรมวิทยุอาสาสมัคร จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุอาสาสมัคร – ส.ว.อ. – VRA (Voluntrary Radio Association)” นายถาวร เยาวขันธ์ เป็น

นายกสมาคมฯ วัตถุประสงค์หลักคือ เป็นศูนย์รวมนักวิทยุอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคมและสาธารณประโยชน์
16 พฤศจิกายน 2526
ที่ประชุม กบถ. ชี้แจงว่าสาเหตุที่ยังไม่สมควรอนุญาตให้มีการจัดตั้งสถานีวิทยุสมัครเล่น อย่างเป็นทางการ เพราะปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
10 พฤศจิกายน 2527
RAST จัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี ที่โรงแรมไฮแอท เซ็นทรัล
2527
กรมฯ จัดตั้งศูนย์ควบคุมข่ายเฉพาะพื้นที่ (Area Network Control) เพื่อเสริมโครงข่ายของชมรมวิทยุอาสาสมัคร ให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพ
21 มกราคม 2528
นายมหิดล จันทรางกูร อธิบดีกรมฯ มีหนังสือถึงเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขอให้นำเรื่อง “กิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย” เสนอคณะกรรมการประสาน

งานของสภาความมั่นคงฯ [CQ #10 น.29]
25 ธันวาคม 2528
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการให้มีกิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย
2528
กรมฯ ออกระเบียบว่าด้วยชมรมวิทยุอาสาสมัคร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528
2528
ยกเลิกการใช้รหัสมอร์สสำหรับการรับส่ง-โทรเลข และยกเลิกการสอนรหัสมอร์สในโรงเรียนการไปรษณีย์
พฤศจิกายน 2529
“ซีคิว” นิตยสารรายเดือนฉบับแรกเพื่อนักวิทยุสมัครเล่น ฉบับปฐมฤกษ์ออกวางแผง ราคา 25 บาท มีคุณวิชาญ วุฒิฐานทวีกิจ, , เป็นบรรณาธิการบริหาร   ร.ท.จำลอง

เชื้อไทย ร.น., HS1AAM เป็นผู้อำนวยการ
2529
กรมฯ อนุญาตให้ RAST จัดตั้งสถานีวิทยุสมัครเล่นชั่วคราว เพื่อฝึกอบรมสมาชิกทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2529
17 มกราคม 2530
Club Station ของ RAST, HS0B, ออกอากาศในย่าน HF เป็นครั้งแรก [CQ #5 น.72]
17 กุมภาพันธ์ 2530
ศูนย์ควบคุมข่ายย่านความถี่วิทยุสมัครเล่น (สายลม) จัดให้มีการทดลองการเช็คเน็ทตั้งแต่เวลา 19.00 น. ถึงเวลาประมาณ 20.20-20.30 น. ที่ความถี่ช่องเรียกขาน

145.00 MHz
22 กุมภาพันธ์ 2530
VRA จัดสอบเพื่อรับประกาศฯขั้นต้น มีผู้เข้าสอบ 120 คน สอบได้ 72 คน [CQ #5 น.64]
4 สิงหาคม 2530
กบถ. ประกาศใช้ “ระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม

2531
18 กันยายน 2530
กรมฯ ประกาศเรื่อง “กำหนดความถี่วิทยุสำหรับวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น” กำหนดให้ใช้ความถี่ย่าน VHF จำนวน 11 ช่อง เริ่มตั้งแต่ 144.500 MHz – 145.000 MHz มีช่อง

ความถี่ห่างกัน 50 kHz
3 ธันวาคม 2530
กรมฯ ประกาศเรื่องออกใบอนุญาตพนักงานวิทยุอาสาสมัครเล่นและกำหนดสัญญาณเรียกขาน เป็นการให้นักวิทยุอาสาสมัครผู้ได้รับสัญญาณเรียกขานของกรมฯ มา

ติดต่อยื่นคำขอใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นพร้อมสัญญาณเรียกขาน
20 ธันวาคม 2530
กรมฯ จัดให้มีการอบรมเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นเป็นกรณี พิเศษขึ้นครั้งแรก สำหรับนักวิทยุอาสาสมัครและข้าราชการบริหารระดับสูง

ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ
29 ธันวาคม 2530
กรมฯ อนุญาตให้มีเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อกิจการวิทยุสมัครเล่นได้ไม่จำกัดจำนวน
30 ธันวาคม 2530
กรมฯ ประกาศเรื่องจำกัดสถานที่ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นขั้น ต้น ให้ใช้ใน 11 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี

พระนครศรีอยุธยา ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
1 มกราคม 2531
ระเบียบของ กบถ. ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530 มีผลบังคับใช้, ชมรมวิทยุอาสาสมัครของกรมฯ ถูกยกเลิก นักวิทยุอาสาสมัคร เปลี่ยนเป็นนักวิทยุสมัครเล่น,

มีจำนวนนักวิทยุสมัครเล่น 2,953 คน
20 กุมภาพันธ์ 2531
กรมฯ จัดอบรมเพื่อรับประกาศขั้นต้นเป็นกรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ถ.แจ้งวัฒนะ มีผู้ผ่านการอบรม 99 คน
21 สิงหาคม 2531
กรมฯ จัดสอบขั้นต้นครั้งที่ 1/2531รุ่นที่ 7 ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีผู้สมัคร 15,734 คน สอบได้ 9,513 คน [CQ #22 น.25]
2531
ปีงบประมาณ 2531 กรมฯ มีรายได้เฉพาะค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ ของวิทยุสมัครเล่นรวม 8,453,465 บาท [CQ #35 น.10]

8 กุมภาพันธ์ 2532
กบถ. มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การออกประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นโดย ไม่ต้องผ่านการสอบ
17 สิงหาคม 2532
เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายประทวน รมยานนท์ รมช.คมนาคม นำคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ คณะกรรมการบริหาร RAST และคณะกรรมการบริหาร VRA เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นสูง และสัญญาณเรียกขานสากล “HS1A”
25 กรกฎาคม 2532
นิตยสาร 100 วัตต์ ฉบับปฐมฤกษ์ออกวางแผง ราคา 25 บาท ฤกษ์วางแผงที่ มจ.ฐิติพันธุ์ ยุคล (ท่านกบ), HS1YC ทรงคำนวณให้ คือ 09:29 น. [กระดานข่าว 100w 8 ก.ย. 47]
สิงหาคม 2532
VRA มีสมาชิก 6,252 คน เป็นสมาชิกสามัญ 2,583 คน วิสามัญ 3,669 คน [CQ #34 น.6]
25 กันยายน 2532
กรมฯ จัดพิมพ์ใบอนุญาตวิทยุคมนาคมด้วยคอมพิวเตอร์ในขั้นทดลองออกมารุ่นแรกแทนการ ออกใบอนุญาตแบบเก่าซึ่งใช้มือเขียน และใช้สัญญาณเรียกขานระบบใหม่แบบสากลโดยไม่มีสัญญาณเรียกขานเดิม (วีอาร์) ปรากฎอยู่ในใบอนุญาตแบบใหม่นี้อีก
23, 24, 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2532
กรมฯ จัดสอบขั้นต้น ครั้งที่ 1/2532 รุ่นที่ 8 ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำหน่ายใบสมัคร 58,750 ฉบับ มีผู้สมัคร 28,953 คน เข้าสอบ 24,977 คน สอบได้ 16,897 คน
13 ตุลาคม 2532
กรมฯ ประกาศเรื่อง “กำหนดความถี่สำหรับวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น” จำนวน 21 ช่อง เริ่มตั้งแต่ 144.500 MHz – 145.000 MHz มีช่องความถี่ห่างกัน 25 kHz
24 ตุลาคม 2532
กรมฯ ออกระเบียบว่าด้วย “การขยายข่ายวิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศ พ.ศ. 2532”
27 ตุลาคม 2532
กรมฯ ประกาศเรื่อง “การจัดฝึกอบรมและทดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น”
28 ตุลาคม 2532
กรมฯ จัดอบรมเพื่อรับประกาศฯขั้นต้นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 206 คน ณ โรงพยาบาลกลาง
4 พฤศจิกายน 2532
เกิดวาตภัย พายุไต้ฝุ่นเกย์ พัดเข้าสู่ชายฝั่งที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ” อาสาสมัครนักวิทยุสมัครเล่น ได้มีบทบาท ในการรายงานลักษณะอากาศอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้การออกข่าวเตือนประชาชนของกรมอุตุนิยมวิทยาทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เล็งเห็นความสำคัญของอาสาสมัครดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และมีโครงการที่จะส่งเสริมให้มีอาสาสมัครเข้ามาช่วยดำเนินการตรวจอากาศให้ มากขึ้นในอนาคต สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก” ( คำปราศรัยของ นายพงศกร เลาหวิเชียร – รมช. กระทรวงคมนาคม เนื่องในวันอุตุนิยมวิทยาโลก 23 มี.ค. 44 )
10-12 พฤศจิกายน 2532
RAST จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปีของสมาคมฯ ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค
20 ธันวาคม 2532
กรมฯ ประกาศ “ระเบียบว่าด้วยการฝึกอบรมหลักสูตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น พ.ศ. 2532”
มกราคม 2533
นิตยสารรายเดือน “73 Ham Radio and Communication” ฉบับปฐมฤกษ์ออกวางแผง ราคา 25 บาท
16 พฤษภาคม 2533
กรมฯ ออกประกาศเรื่องการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถูกต้องตามกิจการ โดยไม่อนุญาตให้นำเครื่องวิทยุคมนาคมของทางราชการ หรือเครื่องวิทยุคมนาคมส่วนตัวที่นำมาใช้ในข่ายวิทยุสมัครเล่นมาดัดแปลงใช้ ในข่ายของทางราชการ
21 กรกฎาคม 2533
จัดอบรมเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับวุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ติดตามเป็นครั้งแรก
25 กันยายน 2533
ครม. อนุมัติให้จัดทำความตกลงว่าด้วยนักวิทยุสมัครเล่นไทย – สหรัฐอเมริกา ในรูปหนังสือตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบควบคุมเครื่อง และการใช้วิทยุคมนาคม ทั้งของนักวิทยุสมัครเล่นในประเทศ และต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวสารของทางราชการรั่วไหล และเพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ โดยเฉพาะสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นในประเทศ เพื่อไม่มี (-ให้มี ?) การใช้วิทยุไปในลักษณะที่จะเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของทางราชการ เช่น การแจ้งเหตุอันตราย การรักษาความปลอดภัย และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเหมือนกันที่นักวิทยุสมัครเล่นได้ให้การสนับสนุนการ ปฏิบัติหน้าที่ของทางราชการเป็นอย่างดี เมื่อครั้งเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ ที่จังหวัดชุมพร
23 พฤศจิกายน 2533
VRA มีจำนวนสมาชิกประเภทสามัญ 7,628 คน วิสามัญ 3,675 คน
1 ธันวาคม 2533
สถานีวิทยุควบคุมข่ายพื้นที่กรุงเทพมหานคร,HS1AB, รับช่วงการปฎิบัติภารกิจด้านด้านกิจการวิทยุสมัครเล่น จากศูนย์ควบคุมข่ายสายลม โดยมีภารกิจ ดังต่อไปนี้ 1. ควบคุมดูแลและแนะนำการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่ราชการกำหนด 2. เฝ้าฟังและรายงานการใช้ความถี่ในย่านวิทยุสมัครเล่นตามที่กรมไปรษณีย์โทรเลข กำหนด 3. เป็นสถานีแม่ข่ายหรือเป็นสถานีประสานงานกิจกรรมและแจ้งข่าวสารที่สำคัญ หรือประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุสมัครเล่น ให้นักวิทยุสมัครเล่นทราบ 4. รับแจ้งเหตุจากสมาชิกนักวิทยุสมัครเล่น และรายงานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเหตุการณ์นั้นๆ และแจ้งกรมไปรษณีย์โทรเลขตามที่เห็นสมควร 5. รับแจ้งการทดสอบสัญญาณของนักวิทยุสมัครเล่น 6. ประกาศหรือแจ้งข่าวต่างๆ ตามที่กรมไปรษณีย์โทรเลขขอความร่วมมือ 7. ภารกิจอื่นๆ ตามที่กรมไปรษณีย์โทรเลขมอบหมาย
5 ธันวาคม 2533
เปิดสถานีควบคุมข่ายวิทยุสมัครเล่นกรุงเทพมหานคร, HS1AB, โดย นายสมบัติ อุทัยสาง อธิบดีกรมฯ เวลา 18.19 น.
15 ธันวาคม 2533
รมว.ต่างประเทศลงนามทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนสัญญาทวิภาคี Reciprocal Agreement กับประเทศสหรัฐอเมริกา
2533
เปิดสถานีควบคุมข่ายวิทยุสมัครเล่นจังหวัดต่างๆ 20 จังหวัด คือ ลพบุรี ระยอง นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ ลำพูน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร สุโขทัย อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ชุมพร(31 มี.ค.) สุราษฎร์ธานี
28 มีนาคม 2534
Standard C-168S ได้รับอนุญาตให้นำเข้า โดย บจก.สยามซิเคียวร์แอนด์คอมมูนิเคชั่น จำนวน 500 เครื่อง
มีนาคม (?) 2534
ยกเลิกการติดรูปถ่ายบนใบประกาศนียบัตร [CQ #47]
5 (25?) เมษายน 2534
ITU ส่งโทรสารถึงอธิบดีกรมฯ นายสมบัติ อุทัยสาง กำหนดสัญญาณเรียกขานเพิ่มเติมสำหรับประเทศไทยว่า “E2”
6 เมษายน 2534
เปิดสถานีวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่าย จ.เพชรบุรี, HS7AP
31 พฤษภาคม 2534
กรมฯ ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาออกใบอนุญาตวิทยุสมัครเล่นก่อนทราบผลการ ตรวจสอบประวัติ
มิถุนายน 2534
สัญญาณเรียกขาน “HS1” ถูกใช้หมดไป
5 กันยายน 2534
กรมฯ ประกาศเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาโทษพนักงานวิทยุสมัครเล่น
ตุลาคม (?) 2534
นิตยสารรายเดือน “ว.5 ว.5” ฉบับปฐมฤกษ์ออกวางแผง ราคา 25 บาท
2534
เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ จังหวัดต่างๆ 23 สถานี คือ นนทบุรี สมุทรปราการ สระบุรี ชลบุรี นครนายก บุรีรัมย์ ยโสธร ขอนแก่น เลย พะเยา ลำปาง ตาก พิษณุโลก(พ.ค.) เพชรบุรี(6 เม.ย.) สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต (25 เม.ย.) ระนอง ตรัง ปัตตานี ยะลา สงขลา
24 กุมภาพันธ์ 2535
จดทะเบียนจัดตั้ง “มูลนิธินักวิทยุอาสาสมัครจังหวัดชลบุรี”
15-16 สิงหาคม 2535
สมาพันธ์นักวิทยุสมัครเล่นภาคใต้ จัดสัมนาเรื่อง ทิศทางการบริหารกิจการวิทยุสมัครเล่นไทย ณ อาคารฐานเศรษฐกิจ
24 สิงหาคม 2535
กรมฯ ประกาศยกเลิกป้ายวงกลมใบอนุญาตวิทยุรถยนต์ เนื่องจาก “ป้ายวงกลมเมื่อนำมาใช้เป็นเวลานาน ย่อมจะเกิดการลบเลือนหรือชำรุดได้” และยกเลิกประกาศกรมฯ เรื่อง การติดป้ายวงกลมใบอนุญาตวิทยุรถยนต์ ลงวันที่ 25 มกราคม 2524 และวันที่ 18 พฤษภาคม 2525
16 พฤศจิกายน 2535
กรมฯ ประกาศเรื่อง กำหนดความถี่วิทยุสำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่น เพิ่มช่องความถี่เป็น 80 ช่องใช้งาน และ 1 ช่องเรียกขาน
2535
กรมฯ แก้ไขปรับปรุง พรบ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 โดยประกาศใช้ พรบ.วิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535
2535
เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ 12 แห่ง คือ กรุงเทพฯ ชัยนาท ฉะเชิงเทรา ตราด ศรีสะเกษ สุรินทร์ กาฬสินธ์ ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา พัทลุง
4 มีนาคม 2536
จดทะเบียนจัดตั้งสมาคม “สมาคมวิทยุสมัครเล่นนครสวรรค์, HS6AN”
24 มีนาคม 2536
– จดทะเบียนจัดตั้งสมาคม “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดสงขลา, HS9AS”
– เริ่มใช้สัญญาณเรียกขาน E2 เป็นครั้งแรกคือ E21BA
19-20 มิถุนายน 2536
กรมฯ จัดอบรมและสอบวิทยุสมัครเล่นครั้งแรก(?) ณ โรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ชัยนาท มีผู้เข้าฟัง 1,500 คน [100w #28 น.17]
26-27 มิถุนายน 2536
กรมฯ จัดอบรบและสอบสองแห่ง แห่งแรกอบรม ณ วิทยาลัยพลศึกษา สุโขทัย ใช้สนามสอบที่โรงเรียนอุดมดารณี มีผู้เข้ารับการอบรม 1,330 คน ค่าใช้จ่ายคนละ 700 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายคาดว่าจะเหลือเงินประมาณ 146,000 บาท แห่งที่สอง ชมรมวิทยุสมัครเล่นสุโขทัย ขอให้กรมฯ จัดอบรมและสอบ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษา สุโขทัย มีผู้เข้ารับการอบรม 564 คน ค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 บาท [100w #28 น.18]
10-11 กรกฎาคม 2536
กรมฯ จัดอบรมและสอบ ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ตรัง มีผู้สมัคร 1,540 คน [100w #28 น.20]
30 กรกฎาคม 2536
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นสุราษฎร์ธานี (Radio Amateur Society of Suratthani), HS8AS”
5 ตุลาคม 2536
ครม. อนุมัติ ให้ทำความตกลงว่าด้วยนักวิทยุสมัครเล่นระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลสวิส ในรูปหนังสือแลกเปลี่ยน ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ
13 ตุลาคม 2536
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดตรัง (Radio Amateur Society of Trang), HS9AT”
4 พฤศจิกายน 2536
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดลำพูน, HS5AL”
29 พฤศจิกายน 2536
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นขอนแก่น (Radio Amateur Association Khon Kaen – R.A.K.K.), HS4AK”
10 ธันวาคม 2536
ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยน (Reciprocal Agreement) กับประเทศสวิสเซอร์แลนด์
2536
กรมฯ จัดอบรมและสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น ในระดับต่างๆ คือ ประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้น ขั้นต้นกรณีพิเศษ และขั้นกลาง ทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มีผู้เข้ารับการอบรม 14,546 คน มีผู้สมัครสอบ 78,919 คน และมีผู้สอบได้ 25,765 คน [กระทรวงคมนาคม ผลงานประจำปี 2536 หน้า 218]
2536
เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ 14 แห่ง คือ อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง จันทบุรี นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม สกลนคร หนองคาย แม่ฮ่องสอน นครปฐม กระบี่ นราธิวาส สตูล (26 มิ.ย.)
12 มกราคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต (Phuket Amateur Radio Society), HS8AT”
28 มกราคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นและอาสาสมัครจังหวัดชัยภูมิ (Radio Amateur Association Chaiyaphum), HS3AC”
3 มีนาคม 2537
ชมรมนักวิทยุอาสาสมัครจังหวัดชุมพร จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดชุมพร (Radio Amateur Society of Chumphon – RASC), HS8AC”
18 กุมภาพันธ์ 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดอุดรธานี, HS4AU”
15 มีนาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นจังหวัดสมุทรปราการ (Radio Amateur Association of Samutprakarn – RAAS), HS1AM”
16 มีนาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดสระบุรี, HS1AR”
25 พฤษภาคม 2537
ชมรมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดปัตตานีจดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดปัตตานี (Radio Amateur Association of Pattani), HS9AI”
31 พฤษภาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมรวมนักวิทยุสมัครเล่นสมุทรปราการ”
26 สิงหาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นและอาสาสมัครนครศรีธรรมราช (The Radio Amateur and Voluntary Association of Nakhonsithammarat R-V-A-N)”
11 ตุลาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกำแพงเพชร (Kamphaengphet Ham Association), HS6AK”
18 พฤศจิกายน 2537
RAST จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสมาคมฯ
21 พฤศจิกายน 2537
ชมรมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดลพบุรี จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดลพบุรี (Radio Amateur Association of Lopburi), HS1AL”
25 พฤศจิกายน 2537
กรมฯ ประกาศเรื่อง ” การนำเข้า มี และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในกิจการวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น” (ร.จ. 20 ธ.ค. 37)

31 ตุลาคม 2537
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นพัทลุง, HS9AP”
2537
นิตยสารรายเดือน “แฮมนิวส์” ฉบับปฐมฤกษ์วางแผง
2537
เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ 2 แห่ง คือ ปทุมธานีและปราจีนบุรี
2537
กรมฯ จัดอบรมและจัดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นในระดับต่างๆ ดังนี้ 1.) จัดสอบเพื่อรับประกาศพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง มีผู้สมัครสอบ 1,969 คน มีผู้สอบได้ 295 คน 2.) จัดสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น มีผู้สมัครสอบ 34,359 คน มีผู้สอบได้ 18,325 คน 3.) จัดอบรมเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นกรณีพิเศษ มีผู้เข้ารับการอบรม 68 คน 4.) จัดอบรมและสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น มีผู้เข้ารับการอบรม 32,845 คน มีผู้สอบได้ 29,404 คน [ กระทรวงคมนาคม ผลงานประจำปี 2537]
31 กรกฎาคม 2538
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นจังหวัดเชียงใหม่(Chiangmai Ham Association-C.H.A.), HS5AC”
2538
– เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ จังหวัดอำนาจเจริญ
– กรมฯ จัดอบรมวิทยุสมัครเล่นกรณีพิเศษ 1 รุ่น มีผู้เข้ารับการอบรม 38 คน [กระทรวงคมนาคม ผลงานประจำปี 2538]
4 เมษายน 2539
สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ได้น้อมเกล้าฯถวายพระเกียรติ “Telecom Man of the Nation” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพิจารณาเห็นว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งทางด้านโทรคมนาคม ทรงสนพระทัยศึกษาความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีโทรคมนาคม ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ทรงคิดค้น ดัดแปลง และใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัยทุกประเภทในการติดต่อ สื่อสารต่างๆ เป็นผลดียิ่งต่อการช่วยเหลือ ให้การสงเคราะห์พสกนิกร โดยเฉพาะในท้องถิ่นทุรกันดาร ช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งรัฐบาลรับผิดชอบดำเนินการอยู่ ประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
16 กันยายน 2539
จดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นสุพรรณบุรี, HS7AS”
2539
– เปิดสถานีควบคุมข่ายฯ จังหวัดสระแก้วและจังหวัดชัยภูมิ
– กรมฯ อนุญาตให้ RAST ใช้ความถี่ 145.825 MHz เพื่อการทดสอบแบบ Digimode โดยให้ทดสอบถึง 31 ธันวาคม 2539
– RAST สร้างเว็บเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมของสมาคม
– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครสร้างดาวเทียมขนาดเล็กวงโคจรต่ำ จะเอาคลื่นความถี่ของกิจการวิทยุสมัครเล่นบรรจุไว้ด้วย เพื่อให้มีการใช้วิทยุสมัครเล่นผ่านดาวเทียมในประเทศไทย และในอนาคตสามารถติดต่อกันได้ทั่วโลก คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2540

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์