สหรัฐอเมริกา — ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังน้ำเสียระบุว่าระดับการตรวจพบไวรัสเพิ่มจาก “ต่ำ” เป็น “ปานกลาง” ซึ่งบ่งชี้ถึงการแพร่กระจายในระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ “Stratus” หรือรหัส XFG ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่ม “สายพันธุ์ที่ต้องติดตาม” (Variant Under Monitoring) หลังตรวจพบครั้งแรกเมื่อต้นปี 2568 และแพร่กระจายรวดเร็วในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า ภาคตะวันตกของสหรัฐฯ มีระดับการตรวจพบไวรัสสูงสุด โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย อลาสก้า โคโลราโด เนวาดา และยูทาห์ อาการของผู้ติดเชื้อ XFG ส่วนใหญ่ยังคงคล้ายสายพันธุ์เดิม เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก แต่มีการพบ อาการเสียงแหบ ในผู้ป่วยบางรายเพิ่มขึ้น
แม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ WHO และหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ ยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์ Stratus ทำให้เกิดอาการรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า และวัคซีนที่มีอยู่ยังสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
CDC แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุ เข้ารับวัคซีนหรือเข็มกระตุ้น สวมหน้ากากในพื้นที่ปิดหรือแออัด และตรวจหาเชื้อทันทีหากมีอาการ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคต่อไป







