รูปภาพจาก Los Angeles Times
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 – ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการเชิงรุกใหม่ต่อเมืองที่ประกาศตัวเป็น “Sanctuary Cities” หรือเมืองที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) จำนวนมากเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้ พร้อมทั้งถอนกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่เคยประจำการในลอสแองเจลิสออกจากพื้นที่
บุกเมือง Sanctuary
ทอม โฮแมน ที่ปรึกษานโยบายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์ เปิดเผยว่า ICE จะ “flood the zone” หรือบุกเข้าเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก ลอสแองเจลิส และซานฟรานซิสโก ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เพื่อจับกุมและดำเนินคดีกับผู้อพยพที่ไม่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า “ความปลอดภัยของชาวอเมริกันต้องมาก่อน”
ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งนำโดยคริสตี โนเอ็ม กล่าวว่า นโยบายของเมืองเหล่านี้ซึ่งไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกลาง ถือเป็นการเปิดทางให้เกิดอาชญากรรม และ “เป็นภัยต่อเจ้าหน้าที่ของเรา” โดยระบุถึงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ศุลกากรถูกยิงในนิวยอร์กเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ
ถอนนาวิกโยธินจาก L.A.
ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลกลางประกาศถอนทหารนาวิกโยธินราว 700 นายที่ประจำการอยู่ในลอสแองเจลิสมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังการประท้วงต่อการใช้กำลังของตำรวจในเมืองดังกล่าว โดยระบุว่าภารกิจในการปกป้องอาคารราชการกลาง “เสร็จสิ้นเรียบร้อย” แล้ว และหวังว่าการถอนกำลังครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่
เสียงวิจารณ์และความกังวล
ผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีจากหลายเมืองออกมาตอบโต้ทันที โดยระบุว่าการเพิ่มกำลังของ ICE เข้าพื้นที่เป็นการสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน และเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้อพยพ ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ท่าทีนี้อาจจุดกระแสการเมืองระลอกใหม่ในช่วงเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้า
นโยบายดังกล่าวถือเป็นการเดินหน้าอย่างจริงจังของทรัมป์ในการรื้อฟื้นนโยบายตรวจคนเข้าเมืองเข้มข้น ซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญของการหาเสียงของเขาทั้งในปี 2016 และ 2024 ที่ผ่านมา







